นักเรียน 4 หมู่บ้าน กว่า 40 ชีวิตไร้อาคารเรียน ต้องย้ายไปเรียนในล้งมะม่วงแทน หลังอาคารเรียนเก่าถูกรื้อทิ้ง งบประมาณสร้างใหม่ยังไม่มีมา

นักเรียน 4 หมู่บ้าน กว่า 40 ชีวิตไร้อาคารเรียน ต้องย้ายไปเรียนในล้งมะม่วงแทน หลังอาคารเรียนเก่าถูกรื้อทิ้ง งบประมาณสร้างใหม่ยังไม่มีมา

View icon 25
วันที่ 30 มิ.ย. 2569 | 11.11 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
นักเรียน 4 หมู่บ้าน กว่า 40 ชีวิตไร้อาคารเรียน ครูต้องย้ายไปเรียนในล้งมะม่วงแทน หลังจากอาคารเรียนเก่าถูกสั่งรื้อทิ้ง และงบประมาณสร้างใหม่ยังไม่มีมา ขณะที่ ผอ.จะขอย้ายให้ไปเรียนโรงเรียนอื่นที่ไกลกว่าหลายกิโลเมตร ด้านผู้ปกครองเดือดร้อน ร้องผู้ว่าฯพิจิตร ลงพื้นที่แก้ปัญหา

ที่จังหวัดพิจิตร นักเรียนจากโรงเรียนบ้านตลุกหิน ตำบลวังทับไทร อำเภอสากเหล็ก จังหวัดพิจิตร จำนวน 4 คน ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 ไร้อาคารเรียน ซึ่งครูและผู้ปกครอง ต้องอพยพย้ายมานั่งเรียนหนังสือภายในล้งผลไม้ (ล้งมะม่วง ) กลางสวนมะม่วงของชาวบ้านที่อยู่ใกล้โรงเรียนเพื่อหลบแดด หลบฝน ในช่วงฤดูฝนแบบนี้  หลังจากอาคารเรียนที่มีอยู่เพียงหนึ่งหลังถูกประมูลรื้อถอนก่อนไปแล้ว และนักเรียนไม่มีที่เรียนต้องไปเรียนยังล้งผลไม้ และอาคารเรียนหลังใหม่ที่คาดว่าจะได้งบประมาณมาก่อสร้างอาคารนั้นก็ยังไม่มีงบประมาณก่อสร้างมาแต่อย่างใด ทำให้ครูต้องอพยพ นักเรียนทั้งหมดไปอาศัยเรียนในล้งเก็บมะม่วงของชาวสวน ซึ่งอยู่ใกล้โรงเรียนเป็นการชั่วคราว อีกทั้งทาง ผอ.โรงเรียน และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิจิตร เขต 1 จะให้นักเรียนทั้งหมดย้ายไปเรียนโรงเรียนที่อยู่ห่างจากหมู่บ้านออกไปอีก 5 กิโลเมตร ชาวบ้านผู้ปกครองส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรมชาวไร่ ชาวสวน ชาวนาจะได้รับความเดือดร้อนในเรื่องการเดินทางรับส่งบุตรหลานไปโรงเรียน อีกทั้งถ้านักเรียนย้ายไปเรียนที่อื่นกลัวว่าโรงเรียนถูกสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิจิตร เขต 1 ยุบโรงเรียนขึ้นมาจะทำให้ชาวบ้านที่มีบุตรหลานได้รับผลกระทบเดือดร้อน จึงได้ร้องเรียนไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร เพื่อมาแก้ไขปัญหาจัดหาที่เรียนเร่งด่วนเพราะว่าช่วงนี้เป็นฤดูฝน อีกทั้งล้งมะม่วงติดกับถนนใหญ่มากเกินไปหวั่นความปลอดภัยเด็กนักเรียน

หลังจากนั้นนางสาวธนียา นัยพินิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร พร้อมด้วยนายธนิต  ภูมิถาวร รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิจิตร เขต 1 ท้องถิ่นจังหวัดพิจิตร นายอำเภอสากเหล็ก และผู้นำท้องถิ่นตำบลวังทับไทร ได้ลงพื้นที่บริเวณล้งมะม่วงบ้านวังทับไทร และตรวจอาคารเรียนที่ถูกรื้อถอนไปแล้ว พร้อมกับพบประพูดคุยหาทางออกร่วมกันเพื่อไขปัญหาในระยะเร่งด่วนเพื่อให้เด็กนักเรียน 41 ชีวิตมีที่เรียนถูกสุขลักษณะและได้รับการศึกษาที่ดี สำหรับอาการเรียนดังกล่าวเป็นอาคารเรียนที่มีอายุกว่า 50 ปี มีการชำรุดผุกร่อนตามการเวลา และเกิดความไม่ปลอดภัยแก่นักเรียน ทางโรงเรียนได้เปิดให้เอกชนมาประมูลรื้อถอนไปแล้วเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ก่อนเปิดภาคเรียนนี้ และเมื่อผู้รับเหมาได้รื้อถอนไปแล้วทำให้นักเรียนทั้งหมดไม่มีที่เรียนหนังสือ รวมทั้งผู้ปกครองไม่ขอย้ายบุตรหลานไปเรียนที่อื่นที่ไกลกว่าถึง 5 กิโลเมตรจึงเป็นปมปัญหาระหว่างทางโรงเรียน และผู้ปกครอง ซึ่งเมื่อครั้งแรกย้ายนักเรียนไปเรียนศาลาวัดตลุกหิน แต่ทางเขต สปถ.พิจิตร อ้างว่าไม่ได้มาตรฐานการเรียน ทั้งไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ต ทำให้ต้องย้ายนักเรียนมาเรียนที่ล้งมะม่วงของอดีตผู้ใหญ่บ้านดังกล่าว

ด้านนางเพ็ญภนิตา ผู้ปกครองนักเรียนบ้านตลุกหิน เล่าให้ฟังว่า ทางโรงเรียนประชุมผู้ปกครองกันว่าให้ยกมือรื้ออาคารแต่ทางผู้ปกครองอยากให้รื้อชั้นบนไปก่อนให้เหลือไว้ด้านล่างเพื่อขอให้นักเรียนได้มีที่เรียนชั่วคราวไปก่อนจนกว่าอาคารใหม่จะมา แต่ทางโรงเรียนก็ไม่ชัดเจนอีกทั้งจะให้ย้ายเด็กนักเรียนไปเรียนบ้านปากดง ที่ห่างจากหมู่บ้านออกไปอีก 5 กิโลเมตร ซึ่งใกลมากจะทำให้ผู้ปกครองเดือดร้อนในการไปรับส่งหากฝนตกก็ลำบากอีก และจะให้นั่งรถ อบต.แต่ทางรถ อบต.ก็ยังไม่มีความปลอดภัยอะไร และประชุมขอส่วนล่างของอาคารไว้เพื่อให้เด็กได้มีที่เรียนไว้ก่อนแต่ทางโรงเรียนก็ไม่ยอม

ด้าน นายพเยาว์ ผู้ปกครองนักเรียน/กรรมการสถานศึกษาโรงเรียนบ้านตลุกหิน เล่าให้ฟังว่า อาคารเรียนหลังนั้นปลวกกินผุเกือบหมดละแล้วทางโรงเรียนได้ประชุมผู้ปกครองแจ้งว่าทางโรงเรียน และสปถ.พิจิตร ไม่มีงบประมาณในการซ่อมแซม ซึ่งทางโรงเรียนได้ของบประมาณสร้างอาคารหลังใหม่แล้ว จำนวน 4 ห้องเรียน ชาวบ้านก็คิดว่าจะได้อาคารใหม่แล้วได้มาแน่ๆตามที่ทางโรงเรียนพยามหว่านล้อมให้ผู้ปกครองยกมือเห็นชอบให้ในการประมูลขายทอดตลาดรื้อถอนอาคาร แต่แล้วเมื่อรื้อถอนแล้วทราบความจริงว่างบประมาณนั้นไม่มีมาให้ตามที่ทางโรงเรียนแจ้งไว้ ทำให้นักเรียนเดิมนั้นกางเต้นท์เรียน แต่อากาศร้อน และความไม่ปลอดภัยอันตรายเรื่องไฟฟ้า เรื่องฝนจึงย้ายไปเรียนที่วัด และทาง สปถ.มาตรวจแจ้งว่าการเรียนไม่ถูกต้องทั้งระบบไฟฟ้าและไม่มีอินเทอเน็ต จึงย้ายมาเรียนที่ล้งมะม่วง ทั้งนี้คิดว่าขบวนการรื้อถอนมีเงื่อนงำไม่โปร่งใส ชาวบ้านจึงมาร้องให้ทางผู้ว่าฯเข้ามาแก้ไขหาสถานที่เรียนให้บุตรหลาน

นางสาวธนียา นัยพินิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร กล่าวว่า เนื่องจากอาคารเรียนนั้นพังไปหมดแล้วและถูกรื้อถอนไปหมดแล้ว รองบประมาณใหม่มา หวั่นเด็กจะเดือดร้อน และบริเวณล้งมะม่วงนั้นอันตรายเนื่องจากติดถนนมากเกินไปกลัวเด็กอันตรายจากรถยนต์ ซึ่งวันนี้ได้รับความเมตตาจากเจ้าอาวาสวัดตลุกหิน ให้นักเรียนไปเรียนชั่วคราวที่วัดก่อนได้ ส่วนเรื่องการบริหารจัดการเรียนการสอนต้องเป็นหน้าที่ของครูต้องทำให้ได้ จะมาอ้างโน่นนี่ว่าอยู่วัดลำบากนั้นอ้างไม่ได้ ทำให้กินไม่พอซึ่งกันละกันทำให้กินแหนงแครงใจกัน ทั้งนี้เรื่องนี้จบละเป็นความสบายใจของชาวบ้าน โรงเรียน กรรมการศึกษาฯ และวัด ทั้งนี้จะเร่งหางบประมาณเร่งด่วนมาสร้างอาคารเรียนชั่วคราว ซึ่งชาวบ้านได้เรี่ยรายและมีบริจาคส่วนหนึ่ง และทางผู้ว่าฯเองจะจัดหางบประมาณสมทบมาช่วยสร้างห้องเรียนชั่วคราวให้เด็กมีที่เรียนก่อนส่วนทางโรงเรียนจะได้งบประมาณมาใหม่หรือไม่นั้น ได้กำฉับให้ทาง ผอ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิจิตร เขต 1 เร่งติดตามทวงถามงบประมาณที่จะสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ที่ทำเรื่องขอไปนั้นจะได้เมื่อไหร่เพื่อให้เด็กมีที่เรียนอย่างมาตราฐานปลอดภัย ทั้งนี้ทางผู้ปกครอง ผู้นำท้องถิ่น และศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านตลุกหิน ได้ร่วมบริจาคเงินได้ส่วนหนึ่งแล้วเพื่อร่วมสมทบในการสร้างห้องเรียนชั่วคราวให้มาตราฐานไปก่อนจนกว่าจะได้งบประมาณมาสร้างอาคารหลังใหม่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง