แจ้งความเอาผิด คลิปเสียงหมิ่นฯ รองนายกฯ

View icon 9
วันที่ 30 มิ.ย. 2569 | 16.33 น.
ข่าวเย็นประเด็นร้อน
แชร์
ข่าวเย็นประเด็นร้อน - เรื่องคลิปเสียงหลุดที่มีการพาดพิงไปถึง "นายทรงศักดิ์" รองนายกรัฐมนตรี ว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบฯ ที่กำลังเป็นประเด็นร้อน เจ้าตัวบอกแล้วว่า จะไม่อยู่เฉย ขอใช้กระบวนการทางกฎหมายเอาผิดกับคนที่พาดพิง ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง

ได้ยินทั้งเสียง และคำยืนยันจากปาก นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ได้รับผลกระทบจากคลิปเสียง ที่มีเนื้อหาพาดพิงว่า เขามีส่วนเกี่ยวกับการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น

จึงเป็นที่มาที่วันนี้ "รองนายกฯ ทรงศักดิ์" ได้ให้ทนายความ เข้าแจ้งความกับ สน.ทุ่งสองห้อง ดำเนินคดีกับคนที่ชื่อ "ส้ม", "กิต" ที่อยู่ในคลิปเสียง และ "บังแจ็ค" ที่เป็นคนเผยแพร่ ฐานหมิ่นประมาทฯ และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

เพราะดูจากข้อเท็จจริง คลิปนี้โพสต์ไว้ตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปี 2568 ตอนนั้นยังประมูลหน่วยงานที่จัดสอบกันอยู่ ยังไม่มีการเซ็นสัญญา หรือจัดสอบ แล้วตัว "รองนายกฯ ทรงศักดิ์" เอง ก็ยังเป็นคนนำเรื่องนี้ไปหารือกับ "นายกรัฐมนตรี" จนเกิดภาพการทำ MOU เพื่อช่วยกันดูแลการสอบ แล้วพอมีการจับกุมขบวนการทุจริตสอบ ก็มีการปล่อยคลิปเสียงฉบับเต็มนี้ออกมา ผ่านเพจฯ "บังแจ็ค" มีการเปิดชื่อ "นายทรงศักดิ์" ชัดเจน จึงต้องแจ้งความดำเนินคดี

ส่วนที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง วันนี้ก็มีแถลงข่าวความคืบหน้า คดีทุจริตสอบบรรจุข้าราชการ โดยเนื้อหาวันนี้เน้นไปที่ "ปลัดรุ่งเรือง" ปลัดจังหวัดภูเก็ต ยืนยันว่ามีผู้เสียหาย ที่ชัดเจนแล้ว คือ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดน ลูกจ้างสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด และเจ้าของที่ดินที่ถูกเรียกรับเงิน 1 ล้านบาท

โดยในส่วนของผู้เสียหาย 3 รายแรกที่หลงเชื่อ และสอบไม่ติดนั้น พนักงานสอบสวนได้กันตัวไว้เป็นพยาน เนื่องจากเป็นผู้เข้ามาร้องเรียน และให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการตัดวงจรทุจริต

นอกจากนี้ "บิ๊กเต่า" รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ที่ไปลงพื้นที่มาเมื่อไม่กี่วันก่อน ยังเล่าที่มาที่ไปในคดีนี้ ว่าตำรวจได้เบาะแสสำคัญมาจากคดีหนึ่ง ก่อนจะขยายผลจนมาถึงคดีนี้

ขณะที่ตัวแทนจาก DSI บอกว่าคดีนี้ เชื่อมโยงกัน 2 กรณี กรณีแรกเกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เกี่ยวข้องกับการเรียกรับเงินจากผู้ประกอบการ โดยสั่งการให้โอนเงินไปยังบัญชีของผู้เสียหาย ในคดีที่สองซึ่งอยู่ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส โดยอ้างว่าเป็นค่าช่วยเหลือในการสอบบรรจุเข้าเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น นอกจากนี้ยังพบว่า อดีตปลัดจังหวัดภูเก็ต ยังเกี่ยวข้องกับคดีทุจริตอีกคดี ที่ดีเอสไอกำลังทำอยู่ด้วย

ด้าน ป.ป.ช. ให้ข้อมูลข่าวน่าสนใจว่า คดีนี้พบว่ามีพฤติการณ์กระทำผิดร้ายแรง มีการเอื้อประโยชน์ตั้งแต่การเขียน TOR ล็อกสเปกผู้รับจ้างจัดสอบ ไปจนถึงการแก้คะแนนช่วยผู้เข้าสอบกว่า 3,000 รายชื่อ และมีการเรียกรับเงินค่าตอบแทนเพื่อบรรจุเข้าทำงานสูงถึงรายละไม่ต่ำกว่า 300,000 บาท

สัปดาห์หน้า จะมีการเสนอเรื่องนี้ต่อบอร์ด ป.ป.ช. เพื่อไต่สวนอธิบดีฯ และผู้เกี่ยวข้อง กรณีกล่าวหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และทุจริต ขยายผลคดีอาญา ประสานพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีข้อหาปลอมเอกสาร และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

รวมถึงจะเดินหน้าตรวจสอบทรัพย์สิน เส้นทางการเงิน และบัญชีทรัพย์สินของผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ตั้งเป้าหมาย จะสรุปสำนวนคดีให้เสร็จสิ้นภายใน 3-6 เดือน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง