รวบแล้ว! หนุ่มอายุ 22 ปีชกหน้าตาอายุ 85 ปี สารภาพเกิดอารมณ์ชั่ววูบ

รวบแล้ว! หนุ่มอายุ 22 ปีชกหน้าตาอายุ 85 ปี สารภาพเกิดอารมณ์ชั่ววูบ

View icon 40
วันที่ 30 มิ.ย. 2569 | 17.16 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
รวบแล้ว! หนุ่มอายุ 22 ปีชกหน้าตาอายุ 85 ปี สารภาพมีปากเสียงกัน เกิดอารมณ์ชั่ววูบ ไม่ได้ประสงค์ต่อทรัพย์ 

วันนี้ (30 มิ.ย.69) ความคืบกรณีคนร้ายก่อเหตุทำร้ายร่างกายชาย อายุ 85 ปี ภายในสวนสุขภาพเทศบาลเมืองหนองปรือ ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 จนได้รับบาดเจ็บบริเวณใบหน้า ก่อนฝืนขี่รถซาเล้งคู่ใจออกจากจุดเกิดเหตุเพื่อขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยภายในสวน เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เนื่องจากผู้เสียหายเป็นผู้สูงอายุและไม่สามารถต่อสู้ป้องกันตัวได้

ล่าสุด เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ณัฐพล ผ่องสุขสกุล ผู้กำกับการ สภ.หนองปรือ พ.ต.ท.ธนา วิเศษชัย รองผู้กำกับการสืบสวน พ.ต.ท.สุพัฒน์ สุดสงค์ สารวัตรสืบสวน พร้อมด้วย ร.ต.ท.สุพจน์ อ่อนยั่งยืน หัวหน้าชุดสืบสวน และกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ได้เร่งสืบสวนแกะรอยจากภาพวงจรปิดและพยานแวดล้อม จนสามารถติดตามตัวผู้ก่อเหตุได้คือ นายเอกราช อายุ 22 ปี พนักงานขายสินค้า บริเวณถนนเทพประสิทธิ์ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี

เจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวมาสอบสวน ก่อนนำตัวไปตรวจค้นห้องพักเพื่อเก็บเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันเกิดเหตุไว้เป็นพยานหลักฐาน และควบคุมตัวกลับมายัง สภ.หนองปรือ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามนายเอกราช ขณะถูกควบคุมตัวลงจากรถตำรวจ โดยเจ้าตัวยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือทำร้ายจริง พร้อมอ้างว่าสาเหตุเกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ หลังมีปากเสียงกับผู้เสียหาย โดยกล่าวอ้างว่าผู้เสียหายมีท่าทีจะหยิบค้อนขึ้นมา ทำให้ตนโมโหและชกไปหนึ่งครั้ง อีกทั้งก่อนหน้านั้นยังเพิ่งมีปัญหากับพนักงานร้านสะดวกซื้อ จึงทำให้อารมณ์ยังคงคุกรุ่น อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหายังคงกล่าวโทษผู้เสียหายว่าเป็นต้นเหตุของเหตุการณ์

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่า จากการสอบสวนและการตรวจสอบพยานหลักฐานในคดี ไม่พบพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการชิงทรัพย์ กระชากทรัพย์ หรือพยายามลักทรัพย์แต่อย่างใด ตามที่มีกระแสข่าวและข้อสงสัยในโลกออนไลน์ก่อนหน้านี้ โดยสาเหตุของคดีในเบื้องต้นเป็นการทำร้ายร่างกายที่เกิดจากการมีปากเสียงกันระหว่างผู้ก่อเหตุกับผู้เสียหาย ซึ่งตำรวจยังคงรวบรวมพยานหลักฐานทุกด้านอย่างละเอียด เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ภายหลังการสอบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายพูดคุยกัน โดยพี่สาวของผู้ก่อเหตุได้เดินทางมายกมือไหว้ขอขมาผู้เสียหายและครอบครัว พร้อมแสดงความรับผิดชอบด้วยการชดใช้เงินเยียวยาเบื้องต้น ขณะที่ครอบครัวของผู้เสียหายยอมรับคำขอโทษในส่วนของความรู้สึก แต่ยืนยันให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุตามกระบวนการกฎหมาย เพื่อไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเช่นนี้ขึ้นกับผู้สูงอายุหรือประชาชนคนอื่นอีก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง