“ศุภมาส-พัฒนา” สั่งเช็กบิล แหล่งผลิต “สเตียรอยด์เถื่อน” ยึดของกลาง 1.8 ล้านชิ้น

“ศุภมาส-พัฒนา” สั่งเช็กบิล แหล่งผลิต “สเตียรอยด์เถื่อน” ยึดของกลาง 1.8 ล้านชิ้น

View icon 16
วันที่ 30 มิ.ย. 2569 | 17.25 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
“ศุภมาส-พัฒนา” สั่งเช็กบิล แหล่งผลิต “สเตียรอยด์เถื่อน” ยึดของกลาง 1.8 ล้านชิ้น มูลค่ารวม 50 ล้านบาท เดินหน้าขยายผล บูรณาการ “สคบ.-อย.-ตร.” เร่งจับกุม พร้อมช่วยผู้บริโภคทุกมิติ

(30 มิถุนายน 2569) นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่กำกับดูแล สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) พร้อมด้วย นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการแถลงข่าวผลการทลายแหล่งลักลอบผลิตยาอนาบอลิกสเตียรอยด์เถื่อนเพื่อส่งขายต่างประเทศ ภายในคอนโดย่านพัฒนาการ

นางสาวศุภมาส กล่าวว่า ได้ให้ความสำคัญและมีความห่วงใยเป็นอย่างยิ่ง ต่อปัญหาสินค้าสุขภาพและผลิตภัณฑ์ยาที่ไม่ได้มาตรฐาน  โดยเฉพาะกลุ่มสารกระตุ้นกล้ามเนื้อประเภทอนาบอลิกสเตียรอยด์ (Anabolic steroids) ที่ผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มนักกีฬา  นักเพาะกาย  หรือประชาชนทั่วไป ที่อยากมีรูปร่างและกล้ามเนื้อที่โตไว  อาจตกเป็นเหยื่อของการโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณเกินจริง โดยไม่ทราบเลยว่า ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ถูกลักลอบผลิตขึ้นอย่างผิดกฎหมาย  ในสถานที่ที่ไม่ได้มาตรฐาน  ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อผู้บริโภคที่อาจจะได้รับอันตรายจากสารปนเปื้อน สารต้องห้าม หรือส่วนผสมที่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อระบบร่างกายและสุขภาพในระยะยาวอย่างร้ายแรง

สำหรับปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นการบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระหว่าง สคบ. บก.ปคบ. และ อย. ได้มีการนำข้อมูลเข้าสืบสวนเชิงลึก จนนำไปสู่การขอหมายค้นและบุกจู่โจมแหล่งผลิตเถื่อนพร้อมกัน 3 จุด ในพื้นที่เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร  ซึ่งจากการบุกตรวจค้นในครั้งนี้  เจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันใช้อำนาจตามกฎหมายในการตรวจสอบและยึดอายัดสินค้าที่ไม่ปลอดภัยไว้ได้เป็นจำนวนมหาศาล รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 50 ล้านบาท สามารถยึดยาเม็ดและของกลางกว่า 1.8 ล้านชิ้น ประกอบด้วย

-    ผลิตภัณฑ์ยาสำเร็จรูปประเภท อะนาบอลิก สเตียรอยด์ ทั้งชนิดผงและของเหลว  รวมถึงสารเคมีแมนนิทอล จำนวน 61 รายการ รวมทั้งสิ้น 17,981 ชิ้น 
-    ยาเม็ดสำเร็จรูปบรรจุในกระปุกไม่มีฉลาก และเม็ดยาที่รอการบรรจุ  รวมกว่า 42 รายการ จำนวนมากถึง 1,321,200 เม็ด 
-    บรรจุภัณฑ์และฉลากปลอมที่ใช้เครื่องหมายการค้าของยี่ห้อต่างๆอีกกว่า 405,094 ชิ้น
-    อุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิต  เช่น เครื่องปิดฝาขวดยาฉีด  เครื่องกรอกเม็ดยา  เครื่องซีล  และเครื่องพิมพ์รุ่นการผลิต  รวมกว่า 79 รายการ 

อีกทั้งยังพบว่า กลุ่มผู้กระทำผิดเน้นการลักลอบผลิตเพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศ  และจำหน่ายผ่านทางออนไลน์ให้กับกลุ่มเฉพาะ ทำให้ผู้บริโภคทั่วไปเข้าถึงข้อมูลที่แท้จริงได้ยาก 

นางสาวศุภมาส สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เข้ามาใช้อำนาจเด็ดขาดตามกรอบกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค 2 ด้าน คือ

1) ธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรง (Online E-commerce) สคบ. จะตรวจสอบผู้ประกอบธุรกิจที่จำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ รวมถึงสถานะการจดทะเบียนธุรกิจตลาดแบบตรง หากพบว่าฝ่าฝืนกฎหมายจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด
2) การรับเรื่องร้องทุกข์ ไกล่เกลี่ย และดำเนินคดีแทนผู้บริโภค สคบ. จะเป็นที่พึ่งให้กับประชาชน พร้อมเปิดช่องทางรับเรื่องร้องทุกข์  และหากพบว่ามีผู้เสียหายเดือดร้อนในวงกว้าง  สคบ. มีอำนาจในการฟ้องร้องดำเนินแทนผู้บริโภค เพื่อเรียกค่าเสียหายและเยียวยาพี่น้องประชาชนอย่างถึงที่สุด

นางสาวศุภมาส กล่าว  กล่าวอีกว่า "ดิฉันขอเน้นย้ำให้มั่นใจว่า สคบ. คือที่พึ่งพิงของพี่น้องประชาชน แม้สินค้าสุขภาพบางประเภทจะมีกฎหมายเฉพาะของหน่วยงานอื่นดูแล แต่ในมิติของการปกป้องสิทธิ การเยียวยา และการต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมของผู้อุปโภคบริโภค สคบ. พร้อมเดินหน้าทำงานเชิงรุกร่วมกับ อย. และ ตร. อย่างเด็ดขาด"

ทั้งนี้ หากผู้บริโภคท่านใดซื้อผลิตภัณฑ์จากเครือข่ายดังกล่าว หรือพบเบาะแสการโฆษณาขายสารสเตียรอยด์ที่ผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเรื่องร้องเรียนได้ทันทีที่ สายด่วน สคบ. 1166 หรือทางเว็บไซต์ www.ocpb.go.th รวมถึง สายด่วน อย.1556 และ สายด่วน ปคบ. 1135