ตร. รวบตัวชายวัย 34 ปี ทาสยาคลุ้มคลั่ง ทำร้ายร่างกายแม่ พบประวัติเก่าเพิ่งพ้นคุก

ตร. รวบตัวชายวัย 34 ปี ทาสยาคลุ้มคลั่ง ทำร้ายร่างกายแม่ พบประวัติเก่าเพิ่งพ้นคุก

View icon 32
วันที่ 30 มิ.ย. 2569 | 19.00 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
วันนี้ (30 มิ.ย. 69) ร.ต.อ.อุดมโชค สิงหกุลศิริ รอง สว.สส.สภ.ย่อยโนนสูง อ.เมือง จ.อุดรธานี นำกำลังตำรวจสืบสวน “ชุดบงกช” จับกุมตัวนายดำ อายุ 34 ปี ที่บ้านพักหลังหนึ่งในพื้นที่ ต.บ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี ขณะนั่งสูบกัญชา และเสพยาบ้าอยู่ในบ้าน พบกัญชาหั่นอยู่บนเขียง และยาบ้า จำนวน 3 เม็ด และผงยาบ้าที่ใช้สำหรับผสมกัญชาสูบน้ำหนัก 5.8 กรัม ซึ่งอยู่ในอาการเมายาบ้าและกัญชาผสมกัน และให้การวกวน และได้บอกกับตำรวจว่ายาบ้าและกัญชาไม่ใช่ของตัวเอง เนื่องจากนายดำ ติดเสพยาบ้าและกัญชามานานนับ 10 ปี ทำให้สติและสมองฟั่นเฟือน จึงควบคุมตัวมาดำเนินคดีที่โรงพัก

ทั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ (22 มิ.ย. 69) ที่ผ่านมา นายดำ ได้ขี่รถจยย. ตามมาข่มขู่เอาเงินจาก นางคำไพร อายุ 62 ปี ซึ่งเป็นแม่ จำนวน 300 บาท ที่ศาลาประชาคมในหมู่บ้าน แต่แม่ไม่มีให้ จึงเอะอะโวยวาย ด่าทอแม่ด้วยคำหยาบ และถอดกางเกงชั้นนอกออก ก่อนจะใช้เท้าถีบไปที่เอวแม่ 1 ครั้ง

ญาติผู้หญิงที่มาขายของอยู่ที่ศาลาประชาคม ได้เข้าห้ามเอาไว้ทัน และเอาเงินให้นายดำไปก่อน เพราะมีอาการเสี้ยนยา ไม่เช่นนั้นผู้เป็นแม่คงต้องถูกทำร้ายร่างกายอีก เมื่อนายดำได้เงินก็รีบขี่รถจยย. หลบหนีไป ส่วนผู้เป็นแม่ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่โรงพัก พร้อมกับนำหลักฐานคลิปจากกล้องวงจรปิดของศาลาประชาคม เพื่อดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

ทางด้านนางคำไพร ได้เล่าว่า ตนมีลูก 3 คน หญิง 2 ชาย 1 นายดำเป็นลูกชายคนสุดท้อง ซึ่งครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก แต่มันเป็นครั้งที่ 2 แล้ว ครั้งแรกเมื่อประมาณ 4 ปีที่ผ่านมา นายดำได้อาละวาดและทำร้ายร่างกายตนโดยการเตะที่หน้าจนตนสลบ ในงานศพยาย ลูกสาวเข้ามาห้ามไว้ก็ถูกทำร้าย ญาติพี่น้องจึงช่วยกันจับเอาไว้ส่งตำรวจดำเนินคดี ติดคุก 6 เดือน ออกมาก็เป็นคนดีอยู่ประมาณ 1 ปี

หลังจากนั้นก็หวนคืนกลับมาเสพยาบ้าและกัญชาอีก ไม่ยอมทำงานช่วยครอบครัว ตนเลยต้องหนีไปนอนบ้านลูกสาว บ้านญาติ และบ้านผู้ใหญ่บ้านทุกครั้งที่นายดำอาละวาด หวังว่าการติดคุกของลูกชายในครั้งนี้จะทำให้มีอาการดีขึ้น และกลับมาเป็นคนดีของสังคม

โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหานายดำ “ชิงทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ , เสพและมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย , ทำร้ายร่างกายบุพการีเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ และเป็นภัยสังคม” และได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง