ทลายปาร์ตีในรีสอร์ตหรู รวบ 12 นักเสพยาฯ

View icon 40
วันที่ 1 ก.ค. 2569 | 07.04 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - ตามคดีกรณี 2 ผู้ต้องหาบุกยิงคู่อริสาหัสในโรงแรมแห่งหนึ่ง แถวถนนข้าวสาร ชนวนเหตุขัดแย้งธุรกิจ คืนวันที่ 31 มกราคมที่ผ่านมา แล้วหนีไปกบดานประเทศเพื่อนบ้านนานหลายเดือน ปรากฏว่าหนึ่งในผู้ต้องหาคือ นายวรภพ ย่ามใจแอบกลับเข้าไทย มามั่วสุมเสพยาเสพติด ก่อนถูกจับตัวคาวงปาร์ตียา พร้อมเพื่อนนักเสพอีก 11 คน

พ.ต.อ.เอกภพ ลิขิตธนสมบัติ ผู้กำกับการสายตรวจ นำกำลังเข้าตรวจสอบรีสอร์ตหนึ่ง แถวถนนเลียบด่วนรามอินทรา-เอกมัย หลังได้รับแจ้งเบาะแสว่า มีผู้ต้องหาหนีหมายจับมามั่วสุมปาร์ตี้ยาเสพติด

ขณะตรวจค้น พบกลุ่มคนอยู่ภายในห้องเปิดเพลงเสียงดัง และเปิดไฟสลัว บางคนก็นอนหลับอยู่ด้านใน ก่อนจับกุมผู้ต้องหาชาย-หญิง รวมทั้งหมด 12 คน และหนึ่งในนั้นเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับคดีสำคัญ คือ นายวรภพ อายุ 47 ปี ในข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น ส่วนที่เหลือเป็นกลุ่มผู้ครอบครองยาเสพติด 7 คน และสมัครใจรับการบำบัดอีก 4 คน

ตรวจค้นภายในห้องพัก พบของกลางยาอี, ไอซ์, เคตามีน และหัวบุหรี่ไฟฟ้าผสมเอโทมิเดท ซุกซ่อนอยู่เป็นจำนวนมาก

และระหว่างการจับกุม ตำรวจยังสกัดค้นรถกระบะต้องสงสัยของกลุ่มผู้ต้องหา ที่ขับเข้ามาภายในรีสอร์ต พบยาไอซ์, เคตามีน และหัวพอตเคเพิ่มเติม

จากนั้นเจ้าหน้าที่สืบสวนขยายผล เข้าตรวจค้นห้องพักในคอนโดมิเนียมหรูย่านพระราม 9-อโศก ของนายอรัญ หนึ่งในผู้ต้องหา รับสารภาพว่าใช้เป็นแหล่งแพ็กและกระจายยาเสพติด พบหัวพอตเคอีก 115 หัว, สารเอโทมิเดท ชนิดผง 130 กรัม พร้อมอุปกรณ์บรรจุอีกจำนวนมาก โดยอ้างว่าซื้อสารเอโทมิเดทจากหญิงไทยชื่อ "เจเจ" ขีดละประมาณ 65,000 บาท นำมาผสมเป็นหัวพอตเค ขายหัวละ 2,500 บาท ทำมาแล้วหลายครั้ง ทำรายได้เกือบ 25 ล้านบาท

สำหรับรายละเอียดคดีของนายวรภพ ผู้ต้องหาคนสำคัญ ข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น และพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร

คดีนี้สืบเนื่องจากวันที่ 31 มกราคม 2569 เวลา 03.00 น. มีเหตุทะเลาะวิวาท ใช้ปืนยิงกัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน บริเวณบันไดทางขึ้นชั้น 2 ของโรงแรมแห่งหนึ่ง เขตพระนคร หลังเกิดเหตุ ตำรวจ สน.ชนะสงคราม ออกหมายจับคนร้าย 2 คน คือนายวรภพ กับนายประดิษฐ์

ต่อมาตำรวจสืบทราบว่า นายวรภพ หลบหนีไปที่ สปป.ลาว วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 ทางตำรวจเฝ้าติดตามเรื่อยมา กระทั่งทราบเบาะแสว่า นายวรภพ กลับเข้ามาประเทศไทย แล้วเข้าพักในรีสอร์ตหนึ่งเขตลาดพร้าว ทางตำรวจจึงบุกเข้าจับกุม ก่อนนำตัวส่ง สน.ชนะสงคราม ดำเนินการตามกฎหมาย ส่วน นายประดิษฐ์ ที่ยังหลบหนี จะเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง