“วรศิษฎ์” เผย กรรมการตรวจสอบ “โกงสอบท้องถิ่น” เตรียมสรุปส่งปลัดมท. 1-2 วันนี้

“วรศิษฎ์” เผย กรรมการตรวจสอบ “โกงสอบท้องถิ่น” เตรียมสรุปส่งปลัดมท. 1-2 วันนี้

View icon 55
วันที่ 1 ก.ค. 2569 | 14.50 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
“วรศิษฎ์” เผย กรรมการตรวจสอบ “โกงสอบท้องถิ่น” เตรียมสรุปส่งปลัดมท. 1-2 วันนี้ ยืนยันเรื่องไม่เงียบ ระบุ แย่กว่าการทำงานช้า คือ การวินิจฉัยผิด
    
วันนี้ (1 ก.ค.69) นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงความคืบหน้าทุจริตสอบท้องถิ่น ว่า การเชิญบุคคลเข้าให้ข้อมูลขณะนี้เสร็จเรียบร้อยแล้วอีก 1-2 วันที่เหลือจะเป็นการสรุปข้อมูล เพื่อสรุปผลรายงานต่อปลัดกระทรวงมหาดไทยต่อไป ซึ่งสิ่งที่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ได้ลงไปดู คาดว่าจะได้เห็นพฤติการณ์อยู่แล้ว และเมื่อสรุปข้อเท็จจริงเสร็จแล้ว หน่วยงานอื่น ๆ จะนำไปดำเนินการอย่างไรต่อก็เป็นเรื่องที่ต้องว่ากันต่อไป พร้อมย้ำว่าการสรุปข้อเท็จจริงจะมีออกมาใน 1-2 วันนี้
    
ทั้งนี้ กรอบการทำงานของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของกระทรวงมหาดไทย จะโฟกัสเฉพาะในส่วนของกระทรวง แต่ในส่วนของภาพรวมทั้งหมด ว่ามีใครเกี่ยวข้องบ้าง ซึ่งซึ่งมีบุคคลภายนอกเข้ามาเกี่ยวจำนวนมาก ซึ่งหลายคนทราบแล้วว่าเป็นใครบ้าง จะเป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช. และตำรวจ
     
นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ขณะนี้มีหลายคนพูดว่า วันก่อนเจอแล้ว จับแล้ว แต่วันนี้เงียบแล้วยังหาคนผิดไม่ได้ จริง ๆ แล้วไม่ใช่แบบนั้น เราทำงานบนข้อเท็จจริงที่กระจัดกระจาย และมีจำนวนมากจึงอยากขอเวลาให้ทีมตรวจสอบทำงาน เพราะสิ่งที่แย่กว่าการทำงานช้าคือการวินิจฉัยผิด หากทีมตรวจสอบไม่ชัดเจนในข้อมูล หรือไม่มีการยืนยันที่ชัดเจน แล้ววินิจฉัยออกมาความผิดพลาด จะยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ แต่ขอให้สบายใจในขั้นตอนการตรวจสอบขอฃทุกหน่วย ยืนยันว่ามีความตั้งใจในการตรวจสอบอยู่แล้ว
    
สามารถเปิดเผยเบื้องต้นได้หรือไม่ว่าต้นตอมาจากไหน นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า คงยังไม่สามารถเปิดเผยในขณะนี้ ขอให้เป็นหน้าที่ของทีมสรุปข้อมูลให้เสร็จก่อนดีกว่าเพราะการเปิดข้อมูลเชิงรายละเอียดมากเกินไป จะส่งผลการทำงานของข้อมูลเจ้าหน้า ซึ่งขณะนี้ข้อมูลกระจัดกระจาย หากเปิดเผยออกมาอาจเป็นการชี้ช่องให้ ผู้กระทำผิดได้ตั้งตัวในการจัดการสิ่งที่เกิดขึ้น จึงขอให้ทีมตรวจสอบได้ทำงานอย่างเต็มที่ 
    
ส่วนกระบวนการตรวจสอบรวมถึงเรื่องคลิปเสียงที่มีการปล่อยออกมาด้วยหรือไม่ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า เรื่องคลิปเสียง จริง ๆ เป็นประเด็นหลัง เชื่อว่าขณะนี้ทั้งตำรวจ และป.ป.ช.ทำงานอยู่ ซึ่งคลิปเสียงไม่ได้ออกมาตอนนี้ แต่ออกมาก่อนหน้านี้แล้ว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ส่งข้อมูลเหล่านี้ให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบแล้ว 
     
สำหรับการแถลงข่าวที่จะเกิดขึ้นจะมีการเปิดเผยข้อมูลถึงต้นตอของขบวนการด้วยเลยหรือไม่ นายวรศิษฎ์ ย้ำว่า ต้นตอของขบวนการมีหลายส่วน แต่ในวันดังกล่าวจะมีการแถลงผู้ที่เกี่ยวข้องเฉพาะในส่วนของกระทรวงมหาดไทย
     
ส่วนขั้นตอนการสอบสวนเบื้องต้นพบว่ามีบุคคลในกระทรวงมหาดไทยระดับใดเข้ามาเกี่ยวข้องบ้างนั้น นายวรศิษฎ์ ระบุว่า ได้ดำเนินการสอบสวนบุคคลที่เกี่ยวข้องในทุกระดับตามที่มีข้อมูลส่งเข้ามา รวมถึงบุคคลที่มีการกล่าวอ้างในคลิปเสียงด้วยแล้ว
     
ขณะที่เหตุใดจะต้องรอให้ครบ 7 วัน ตามเวลาราชการ ถึงจะดำเนินการได้ นายวรศิษฏ์ ชี้แจงว่าเพราะคดีนี้ไม่ใช่การจับคนขโมยของ ขณะเดียวกันคดีนี้ก็มีความซับซ้อนและมีระเบียบ รวมถึงข้อกฎหมายหลายอย่าง อีกทั้งยังมีผู้เกี่ยวข้องค่อนข้างมาก ด้วยเหตุนี้ตนจึงมองว่า  7 วันราชการไม่ได้ถือว่าช้าเกินไป เพราะในวันนี้สิ่งที่สังคมกำลังรออยู่คือข้อเท็จจริง แต่หากเราให้ข้อเท็จจริงออกไปโดยที่ไม่มีพยานและหลักฐานรองรับก็จะถือเป็นเรื่องที่น่ากลัว
     
ส่วนหลักฐานที่มีอยู่สามารถสาวไปถึงตัวผู้บงการได้หรือไม่ นายวรศิษฎ์ ระบุว่า เราเห็นอยู่แล้วว่ามีใครบ้าง แต่ขอให้รอดูการสรุปข้อเท็จจริงอีกครั้งหนึ่ง เพราะยังมีกระบวนการที่อยู่ภายนอกอีกจำนวนมาก
    
นายวรศิษฎ์ ให้ความมั่นใจด้วยว่า ถ้ามีคนในกระทรวงมหาดไทยเข้าไปเกี่ยวข้องจริง หากดูตามพยานหลักฐานยังไงก็เจอ ซึ่งเราก็อยากให้ทีมตรวจสอบสามารถทำงานได้โดยไม่มีการแทรกแซงด้วย
     
ส่วนจะสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนได้อย่างไรบ้างนั้น นายวรศิษฎ์  กล่าวว่า ในวันนี้มีหน่วยงานที่เป็นองค์กรอิสระเข้ามาตรวจสอบร่วมอยู่แล้ว ก่อนกล่าวว่า หาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่มีความจริงใจในการตรวจสอบจริง ตนเองอยากย้อนถามกลับว่า เหตุใดถึงต้องตั้งหน่วยงานตรวจสอบขึ้นมาถึง 5 หน่วยงานหลัก ในการจับตาการสอบครั้งนี้ ฉะนั้น จึงเป็นความชัดเจนและความตั้งใจตั้งแต่แรกอยู่แล้วที่ให้หน่วยงานเหล่านี้เข้ามาตรวจสอบ

ทั้งนี้ หากพบข้อเท็จจริงว่ามีใคร หรือ หน่วยงานไหนเข้ามาเกี่ยวข้องนายกรัฐมนตรีก็มีคำสั่งว่าต้องจัดการ เพราะเรื่องนี้ส่งผลถึงความเชื่อมั่นในระดับประเทศและความมั่นคง