สนามข่าว 7 สี - หมอหาดใหญ่ ถ่ายทอดประสบการณ์ห้องผ่าตัด ที่ต้องปะทะระหว่าง "ไสยศาสตร์ vs แพทยศาสตร์" และ พยาบาลศาสตร์ หลังร่วมมือกับทีมสูตินรีแพทย์ ผ่าตัดสิ่งแปลกปลอมคล้ายก้อนหินออกจากช่องคลอดผู้ป่วยหญิง
ภาพนาทีช่วงที่ทีมแพทย์กำลังเลาะก้อนหินออกมาด้วยความยากลำบาก จนแพทย์ต้องขออนุญาตสิ่งศักดิ์สิทธิ์และสวดมนต์ในใจ ตั้งจิตสวดมนต์ นึกถึงบารมีหลวงปู่ทวด และ เจ้าพ่อเสือ จนกระทั่งสามารถนำก้อนวัตถุประหลาดนั้นออกมาได้สำเร็จในที่สุด
การผ่าตัดครั้งนี้ยากลำบากและเสี่ยงอันตราย ต้องตัดมดลูก เปิดช่องคลอดบางส่วน และเลาะเนื้อเยื่อพังผืดที่เกาะทางช่องคลอดและผนังช่องท้องด้านหลัง ซึ่งเป็นจุดที่ติดกับอวัยวะสำคัญ ลำไส้ใหญ่ และท่อไต
เป็นคลิปที่ นพ.สุนทร (หมอกระดูกและข้อ) แพทย์ประจำโรงพยาบาลศูนย์หาดใหญ่ นำมาโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า มีผู้ป่วยหญิงอายุประมาณ 47 ปี เข้ารักษาอาการปวดท้องน้อยเรื้อรังนานกว่า 3 ปี มีอาการปัสสาวะแล้วหน่วงท้องน้อยอย่างรุนแรง มีตกขาวผิดปกติ การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์พบสิ่งแปลกปลอมขนาดใหญ่ในช่องคลอด รูปร่างไม่แน่นอน แต่โครงสร้างภายในคล้ายเกือกม้า ทีมคุณหมอสูตินรีเวช นำโดย นพ.โฆษิต ตันตินาม และ พญ.อัจฉราวดี พูลสวัสดิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งนรีเวช โรงพยาบาลศูนย์หาดใหญ่ ตรวจภายในซ้ำพบว่ามีความแข็งตัวเหมือนก้อนหินขนาดใหญ่มาก
เมื่อนำก้อนหินขนาดยักษ์ออกมาได้ แพทย์ทำการสกัดดู ภายในบรรจุน้ำและส่วนประกอบคล้ายโคลน มีกลิ่นเหม็น และพบวัตถุทางไสยศาสตร์ ชิ้นส่วนคล้ายอะคริลิคทรงกลม สีเขียวและสีแดง ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3 เซนติเมตร ลูกปัดหลากสี ขนาดประมาณ 5 มิลลิเมตร จำนวน 11 เม็ด
นพ.สุนทร ระบุว่า การตัดสินใจผ่าตัดเปิดช่องท้อง แทนการทุบสกัดทางช่องคลอด ถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะหากย่อยก้อนหิน น้ำโคลนเน่าเสียและเศษสิ่งแปลกปลอมด้านในจะปนเปื้อน และทำให้ช่องคลอดของผู้ป่วยติดเชื้อรุนแรง
เมื่อสอบถามประวัติเพิ่มเติม พบว่า ผู้ป่วยเคยใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศอินโดนีเซียเมื่อหลายปีก่อน และถูกหมอไสยศาสตร์ที่อินโดนีเซียบังคับทำของใส่เข้าไปในช่องคลอด ซึ่งคนไข้จำรายละเอียดและวิธีการไม่ได้เนื่องจากผ่านมานาน กระทั่งปวดท้องเรื้อรัง