เช้านี้ที่หมอชิต - หนุ่มบ้านฉาง จังหวัดระยอง อ้างว่าถูกงูเห่าฉก บาดแผลเน่าเปื่อยนานนับเดือน รักษาไม่หาย ภรรยาจึงนำสเปรย์รักษาแผลสำหรับสุนัขและแมวมาฉีดให้ เพียง 3 วัน แผลกลับแห้งลง
นี่เป็นสภาพแผลของ นายพรชัย อายุ 55 ปี ชาวบ้านในจังหวัดระยอง ที่อ้างว่าถูกงูเห่าฉกบริเวณนิ้วเท้า ขณะเข้าไปเก็บมะม่วงในสวน แม้บาดแผลจะเป็นเพียงรอยถาก แต่เขาเชื่อว่าอาจติดเชื้อจากพิษงู ต่อมาจึงเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ซึ่งแพทย์ได้ฉีดเซรุ่มและให้ยาฆ่าเชื้อ ยาแก้อักเสบ มารับประทาน พร้อมทั้งล้างแผลอย่างต่อเนื่อง
จากนั้นเวลาผ่านไปนานร่วมเดือน แต่อาการกลับไม่ดีขึ้น บาดแผลเริ่มพุพอง มีน้ำเลือดน้ำหนองไหลตลอดเวลา จนแผลลุกลามเห็นกระดูก มีเนื้อตาย ต้องคอยใช้กรรไกรตัดเศษเนื้อที่ตายออกเองเป็นระยะ
กระทั่งภรรยาซึ่งเห็นว่าสเปรย์นาโนรักษาบาดแผลสำหรับสุนัขและแมวที่เคยใช้รักษาแมวได้ผล จึงตัดสินใจนำสเปรย์ขวดเก่า แต่หมดอายุแล้ว มาฉีดพ่นที่แผลของสามี ผ่านไป 3 วัน หลังใช้ แผลที่เคยมีน้ำหนองและน้ำเหลืองไหลกลับแห้งลงอย่างรวดเร็ว เนื้อเยื่อเริ่มสร้างตัวใหม่ ขอบแผลค่อย ๆ แห้งปิดสนิท
ทีมข่าวสอบถาม แพทย์หญิง พลอยไพลิน รัตนสัญญา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพิษวิทยาและเวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี ระบุว่า งูพิษมีผลต่อร่างกายหลัก ๆ 2 แบบ คือ พิษที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท และพิษที่ทำให้เนื้อเยื่อตายเฉพาะที่
กรณีแผลเนื้อตาย แพทย์จะรักษาด้วยการให้ยาปฏิชีวนะ ร่วมกับการตัดเลาะเนื้อตายออก พร้อมย้ำว่า ไม่แนะนำให้นำสเปรย์รักษาแผลสำหรับสัตว์มาใช้กับคน เนื่องจากส่วนประกอบของยาแตกต่างกัน
แผลดังกล่าวน่าจะไม่โดนพิษงูโดยตรง อาจจะแค่ฉก ไม่ได้กัดและปล่อยพิษ จึงทำให้เกิดเนื้อตาย ซึ่งเป็นไปได้ว่าแผลใกล้หายแล้ว ไม่ใช่เพราะใช้สเปรย์ฉีดแผลสัตว์เลี้ยง