สภาฯ ผ่านฉลุย งบฯ 70 วาระแรก! “เท้ง ณัฐพงษ์” ซัดทิ้งท้าย จัดงบไม่ได้ช่วยไทย แต่ช่วยใครบางคน “เอกนิติ” ย้ำกู้อีกไม่ได้แล้ว หวั่นวิกฤตซ้อนวิกฤต พาประเทศพังได้
.
เมื่อวานนี้ (1 ก.ค.69) ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติเสียงข้างมาก 288 เสียง ต่อ 119 เสียง งดออกเสียง 86 เสียง รับหลักการร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ในวาระแรก ภายหลังการพิจารณาตลอด 3 วัน 3 คืน เสร็จสิ้น
.
โดยในช่วงท้าย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร อภิปรายสรุปภาพรวมร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 โดยย้ำว่า ร่างพระราชบัญญัติรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ฉบับนี้ ไม่ได้เป็นงบประมาณที่ตอบโจทย์วิกฤตการคลัง ไม่ได้เป็นงบประมาณที่ลงทุนกับอนาคตของประเทศ ไม่เห็นคนตัวเล็กตัวน้อยอย่างเพียงพอ และเงินจำนวนมากถูกจัดสรรผิดที่ ถูกส่งตรงไปยังโครงการที่ผู้รับเหมาบางกลุ่มมีความสัมพันธ์กับคนในรัฐบาล และถูกจัดสรรไปยังองค์กรอิสระที่รัฐบาลไม่อยากแตะต้อง หรือจงใจหลีกเลี่ยงไม่ใช้เงินในงบประมาณ แต่ไปใช้พระราชกำหนดเงินกู้ 400,000 ล้านบาท ที่สภาฯ ควบคุมไม่ถึง
.
ดังนั้น ร่างพระราชบัญญัติรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ฉบับนี้ ที่มาจากภาษีของประชาชน ไม่ได้ช่วยไทย แต่กำลังช่วยใครบางคนที่เป็นเสาค้ำยันอำนาจรัฐบาลสีน้ำเงินนี้อยู่
.
ขณะที่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยืนยันว่า รัฐบาลทราบดีประเทศเผชิญวิกฤต ซ้อนวิกฤต ทั้งเศรษฐกิจโตต่ำกว่าศักยภาพ รัฐบาลจึงได้ตั้งเป้า 4 ปี ประเทศไทยจะกลับมาติด Top 20 เศรษฐกิจโลก และรัฐบาลต้องการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศให้โตมากกว่า 3% ซึ่งในวันนี้หากรัฐบาลไม่ตั้งเป้าให้ชัดเจนร่วมกับเอกชน และองค์กรระหว่างประเทศ ประเทศก็จะถดถอยไปเรื่อย ๆ
.
โดยงบประมาณปีนี้ ตัดลดงบลงทุน 70,000 ล้าน เพราะต้องการรักษาวินัยการคลัง รายจ่ายประจำจึงเพิ่มขึ้น เพราะแผลเก่าในอดีตที่ไม่เคยเปิดเผย และประเทศไม่สามารถกู้ได้มากกว่านี้ได้ เพราะมิเช่นนั้น อาจเจอวิกฤตการคลัง เป็นวิกฤตซ้อนวิกฤต และซ้อนวิกฤต ซึ่งประเทศอาจจะพังได้
.
รัฐบาล จึงตั้งใจผ่าตัดและรักษาโรคงบประมาณขาดดุลเรื้อรังยาวนาน ด้วยแผนยั่งยืนการคลังระยะปานกลาง โดยจะลดการขาดดุลให้ต่ำกว่า 3% ภายในปี 2572 ตามมาตรฐานโลก และในปีนี้ยังมีการเปิดเผยข้อมูลทั้งหมด โดยได้เริ่มนำร่องลดการขาดดุล จาก 4.4% ของ GDP เหลือ 3.9% ของ GDP จนประเทศไทย ได้รับอันดับความน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้น
.
จากนั้น สภาฯ ได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ 72 คน โดยมีนายวีระ ธีระภัทรานนท์ สื่อมวลชน ร่วมเป็นกรรมาธิการฯ ในสัดส่วนคณะรัฐมนตรีด้วย
.