ทนายอั๋น ยื่นหนังสือ กมธ.พัฒนาการเมืองฯ ตรวจสอบโกงสอบท้องถิ่น ด้าน “ภคมน” รับได้ข้อมูลจากหลายทาง จะรีบพิจารณาให้เร็ว ให้ประชาชนช่วยตัดสิน ถามกลับเชื่อมั่น “มหาดไทย-ป.ป.ช.” แค่ไหน
วันนี้ (2 ก.ค.69) นางสาวภคมน หนุนอนันต์ ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร รับเรื่องร้องเรียนจาก นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น ที่ขอให้ตรวจสอบการทุจริตการสอบแข่งขันบุคคลเข้ารับเป็นข้าราชการ หรือเจ้าพนักงานในส่วนท้องถิ่น (โกงสอบท้องถิ่น)
ทนายอั๋น กล่าวว่า ตนมีโอกาสไปยื่นเรื่องร้องเรียนในหลายภาคส่วน และเหตุที่ต้องยื่นกับ กมธ.พัฒนาการเมือง เพราะว่า ป.ป.ช. ร่วมกับ ตำรวจสอบสวนกลาง ทำการจับกุมและพบการแก้คะแนนสอบ ในขณะที่กระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นเจ้าของเรื่องไม่ได้ออกมาการันตีหรือรับประกันว่าคดีนี้จะได้ตัวการผู้กระทำความผิด หรือ “บิ๊ก” แต่เป็นการฟ้องส่วนตัวกับผู้ที่เผยแพร่ในเชิงลบมากกว่า จึงอยากให้ กมธ. เรียกพยานบุคคล หลักฐาน มาชี้แจง และหวังว่าเรื่องจะเกิดขึ้นโดยเร็ว เพราะตอนนี้สร้างความเสียหายให้กับระบบราชการ ขณะที่ประชาชนกว่า พันคนที่เข้าสอบโดยใช้ความรู้ความสามารถ ได้ตั้งกลุ่มไลน์ขึ้นมา เพื่อจะไปร้องเรียนในที่ต่าง ๆ รวมถึงที่ทำเนียบรัฐบาล จึงขอให้ กมธ. นำเรื่องนี้เข้าสู่วาระการประชุมโดยด่วน
ด้าน นางสาวภคมน กล่าวว่า เรื่องโกงสอบท้องถิ่น มีร้องเรียนเข้ามาใน กมธ. จากหลายทาง ทั้งผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการสอบ ผู้สังเกตการณ์ หรือผู้ที่ติดตามเรื่องนี้มาในอดีต ต่างส่งข้อมูลเข้ามาให้ ทำให้เห็นว่า ความเสียหายไม่ได้เกิดแค่ปัจจุบัน แต่มันย้อนหลังในอดีตหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งอาจอยู่ในชบวนการเดียวกัน ดังนั้นคณะกรรมาธิการจะเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล เพราะจากที่ติดตามข่าว จะเห็นว่า หลักฐานกระจัดกระจาย ทั้งในส่วนของมหาดไทย ป.ป.ช. ดังนั้นตนคิดว่าถ้าแยกส่วนแบบนี้ และไม่ได้มีความความคิดเห็นที่เป็นหน่วยงานกลาง ความเสียหายที่เกิดขึ้นวันนี้ประชาชนเชื่อถือ ป.ป.ช. และกระทรวงมหาดไทย แค่ไหน ว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกัน
ดังนั้น กมธ.พัฒนาการเมือง จะเป็นตัวกลางในการสืบหาข้อมูลข้อเท็จจริงที่เป็นกลางที่สุด และนำมาเสนอต่อสังคมให้สังคมช่วยตัดสินว่าใครต้อง เป็นผู้รับผิดชอบ เพราะความเสียหาย มันเกิดขึ้นเยอะมาก เป็นเงินถึง 4,500 ล้านบาท ซึ่งถ้าลองย้อนไปในอดีต ดูว่ามีการทุจริตในระบบราชการมันใหญ่มาก คนไทยทุกคนต้องช่วยกันตรวจสอบ ทำให้เรื่องนี้กระจ่าง
ส่วนการแก้ปัญหาแบบยั่งยืนทาง กมธ. ยังบอกอะไรไม่ได้ เพราะยังไม่เริ่มกระบวนการตรวจสอบ แต่จุดยืนของพรรคประชาชน เสนอให้ยกเลิกคำสั่งคสช. ที่ 8/2560 ที่ดึงอำนาจการจัดสอบจากเดิมของท้องถิ่นกลับมาอยู่ส่วนกลาง เพราะพิสูจน์แล้วว่าการให้ส่วนกลางตรวจสอบก็มีปัญหา แต่เราไม่ปฏิเสธว่าท้องถิ่นจัดสอบเองจะไม่มีการทุจริต แต่อย่างน้อยเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นเรื่อง จะเป็นวงแคบ สามารถตรวจสอบต่อไปได้ ถึงเวลาที่เราต้องพิจารณาว่าวิธีการสอบแบบเดิมยังใช้ได้อยู่หรือไม่ ต้องมีการถ่วงดุลจากใคร เพราะการสอบในระดับนี้ไม่ต่างจากการเลือกตั้ง ควรต้องผู้สังเกตการณ์จากหน่วยงานต่างๆ
สำหรับกรอบเวลาการพิจารณาของ กมธ. จะตั้งวาระในสัปดาห์นี้ และจะพิจารณาให้เร็วที่สุด เพราะกระทรวงมหาดไทยบอกว่าใช้เวลา 7 วัน ขณะที่ป.ป.ช. บอกต้องใช้เวลา 3 เดือน 6 เดือน ตนคิดว่านานเกินไป ดังนั้นการหาข้อเท็จจริงให้ เร็วที่สุดน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดให้กับภาพลักษณ์ของระบบราชการไทย
ส่วนที่วุฒิสภาถอนร่างกฎหมายองค์กรปกครองท้องถิ่น กลับไปพิจารณา 30 วัน นั้น นางสาวภคมน กล่าวว่า ตนไม่ทราบเจตนาของการดึงเรื่องกลับ แต่ถ้าได้อ่านระเบียบตัวนี้ ก็มีข้อเสนอไม่ต่างกับพรรคประชาชน ที่ต้องการให้ดึงอำนาจการจัดสอบออกจากส่วนกลาง จึงอยากให้วุฒิสภาดูรายละเอียดว่าสามารถปิดช่องการการทุจริตที่เกิดขึ้นในปัจจุบันได้อย่างไร ไม่ใช่ดึงกลับไปเพื่อลดแรงเสียดทานบางอย่าง
ส่วนที่มี กมธ.หลายคณะ ตรวจสอบเรื่องนี้ มีโอกาสที่จะนำมาตรวจสอบร่วมกันหรือไม่ น.ส.ภคมน กล่าวว่า แต่ละ กมธ. พิจารณาแตกต่างกัน โดยในส่วน กมธ.พัฒนาการเมือง จะเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน ที่ส่งเรื่องเข้ามา ส่วน กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน อาจตรวจสอบที่มาที่ไปของเส้นเงิน แต่สุดท้ายจะนำข้อมูลมาพิจารณาเพื่อหาข้อสรุปร่วมกันได้