วันนี้ (2 ก.ค. 69) ทางเฟสบุ๊ก “หมอสุนทร กระดูกและข้อ หาดใหญ่” ของนายแพทย์สุนทร ศรีสุวรรณ์ อาจารย์แพทย์ออร์โธปิติกส์ กลุ่มงานกระดูกและข้อ โรงพยาบาลหาดใหญ่ จ.สงขลา ได้โพสต์เคสคนไข้สุดน่าตกใจ ซึ่งเป็นการปะทะกันระหว่าง ไสยศาสตร์ กับ แพทยศาสตร์-พยาบาลศาสตร์
โดยระบุว่า มีผู้ป่วยหญิงอายุประมาณ 47 ปี มีอาการปวดท้องน้อยเรื้อรังมา 3 ปี และมีอาการปัสสาวะแล้วหน่วงท้องน้อย รวมถึงมีตกขาวผิดปกติ จึงเดินทางไปพบแพทย์ ณ โรงพยาบาลจังหวัดแห่งหนึ่ง จึงได้ส่งตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์เพิ่มเติม ก็พบ สิ่งแปลกปลอมในช่องคลอด ขนาด เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 10-12 เซนติเมตร รูปร่างไม่แน่นอน โครงสร้างภายใน คล้ายเกือกม้า จึงต้องส่งตัวต่อโรงพยาบาลศูนย์หาดใหญ่
หลังจากนั้นทางทีมคุณหมอสูตินรีเวช นพ.โฆษิต ตันตินาม และ พญ.อัจฉราวดี พูลสวัสดิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งนรีเวช ได้ทำการตรวจภายในหญิงคนดังกล่าวก็พบว่า สิ่งแปลกปลอมดังกล่าวมีความแข็งคล้ายก้อนหินขนาดใหญ่ จึงโทรศัพท์มาปรึกษาทางหมอกระดูกว่า จะสกัดหินดังกล่าวออกอย่างไร ในห้องผ่าตัด

ตอนแรก วางแผนกันว่าจะสกัดหินดังกล่าวออกทีละนิด แล้วคีบก้อนหินออกจากทางช่องคลอด แต่เมื่อ หมอสุนทร มาช่วยประเมินขนาดของก้อนหิน ความแข็ง และรูปทรง ก็พบว่าไม่สามารถเอาออกทางช่องคลอดได้หมดแน่ และน่าจะเหลือเศษสิ่งแปลกปลอมอยู่ในช่องคลอดผู้ป่วย จึงคุยกับทีมสูตินรีแพทย์ว่าต้องผ่าตัดเปิดเอาออกจากด้านบนซึ่งเป็นวิธีที่ดีกว่า
หลังจากนั้น ทางทีมแพทย์จึงได้ทำการผ่าตัดผู้ป่วยในวันนั้นทันที ทางทีมสูตินรีแพทย์ได้ทำการตัดมดลูกและเปิดช่องคลอดบางส่วน เลาะเนื้อเยื่อพังผืดผ่านช่องคลอดและผนังช่องท้องด้านหลังซึ่งติดกับลำไส้ใหญ่ ท่อไต มีอวัยวะสำคัญมากมายและอันตรายเป็นอย่างยิ่ง
ต่อมาทางหมอกระดูกได้ใช้อุปกรณ์ช่วยเลาะพังผืดผ่านเนื้อเยื่อ โดยเลาะชิดก้อนหินมากที่สุด จากด้านล่างผ่านทางช่องคลอด และทางหมอสูตินรีเวช ได้เปิดช่องท้องเคลียร์พื้นที่และเลาะพังผืดภายในช่องท้องเคลียร์แล้ว เพื่อให้เกิดช่องว่างและเอาก้อนหินออกมาได้สำเร็จ ซึ่งเป็นการผ่าตัดที่ยากมาก ๆ กว่าจะเลาะออกมาได้
โดย “หมอสุนทร” เผยว่า ตอนเลาะออกช่วงกำลังจะหลุดนั้น ทุกคนได้ขออนุญาตเอาออกและได้สวดมนต์ จึงเลาะหลุดออกมาได้ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ ตนสวดมนต์ในใจนึกถึง หลวงปู่ทวด เจ้าพ่อเสือ ขณะที่ พญ.อัจฉราวดี ก็สวดมนต์ในใจ
ประวัติเพิ่มเติมของคนไข้หญิงคนดังกล่าวทราบว่า หลายปีก่อน ผู้ป่วยเคยใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศอินโดนีเซีย และถูกหมอไสยศาสตร์ ชาวอินโดนีเซีย บังคับ ทำของ ใส่เข้าไปในช่องคลอด ซึ่งคนไข้ได้รับการทำเมื่อหลายปีก่อน แต่จำข้อมูลที่ชัดเจนไม่ได้ รวมถึงไม่ทราบวิธีการและรายละเอียดเชิงลึกอื่น ๆ จนมาเกิดอาการปวดท้องน้อยเรื้อรังแล้วจึงมาพบแพทย์
หลังจากเอาก้อนหินออกมาได้ ทางทีมแพทย์ก็ได้ทำการสกัดก้อนหินดังกล่าว เนื่องจากผลจากการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์พบว่าคล้ายจะมีโครงสร้างบางอย่างอยู่ภายในก้อนหินเป็นลักษณะวงกลมและเม็ดกลมทึบแสง เมื่อกะเทาะก้อนหินออกกมาก็มีน้ำ และส่วนประกอบคล้ายโคลนส่งกลิ่นเหม็นเน่าฟุ้งไปทั่วห้องผ่าตัด นอกจากนี้ยังพบชิ้นส่วนคล้ายอะคริลิค รูปทรงกลม สีเขียวและสีแดง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3 ซม. และยังพบลูกปัดหลากสีขนาดประมาณ 5 มม. จำนวน 11 เม็ด

ทั้งนี้ ไม่สามารถระบุได้ชัดว่า ตอนที่ผู้ป่วยทำพิธีไสยศาสตร์ดังกล่าว ทำอย่างไร ทำไมโครงสร้างภายใน เป็นลักษณะเหมือนโคลนและมีน้ำ ส่วนประกอบภายนอกแข็งเหมือนหิน และนี้ถือเป็นการตัดสินใจได้ถูกต้องมากที่ผ่าตัดเอาก้อนหินออกมา หากทำการย่อยก้อนหิน ก็จะทำให้โคลนที่เน่า และเศษสิ่งแปลกปลอมข้างในหิน จะอยู่ปนเปื้อนภายในตัวผู้ป่วย และเกิดการติดเชื้อในช่องคลอดต่ออีกแน่น
หลังจากเสร็จภารกิจการผ่าตัดดังกล่าว ทาง “คุณหมอสุนทร” ได้ไปหาข้อมูลโดยมี คุณหมอมานพ จันทนพันธ์ ช่วยสืบค้น จนพบคำตอบว่า เคสดังกล่าวเป็นการทำเสน่ห์ของอินโดนีเซีย โดยผู้ป่วยหญิงคนนี้มีครบทั้ง ดินโคลนซึ่งคาดว่ามาจากป่าช้า และลูกปัดซึ่งเป็นเครื่องรางเสน่ห์