“เทพไท” ชี้ทุจริตสอบท้องถิ่น 4,500 ล้าน ได้คนเอี่ยว 5 คน ถือว่าล้มเหลว จี้ “อนุทิน” ลุยสอบ 6 กลุ่ม สาวถึงตัวบงการใหญ่
วันนี้ (3 ก.ค.69) นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช แสดงความเห็นหลังนายกรัฐมนตรีตั้งโต๊ะแถลงทุจริตสอบ เมื่อวานนี้ ว่า ในฐานะเป็นนักวิเคราะห์การเมืองอิสระและติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอด อยากจะแนะนำไปยังนายอนุทิน นายอรรษิษฐ์ และนายสันติธร ให้ดำเนินการสอบสวนจากกลุ่มบุคคลเหล่านี้ คือ
1.ให้ไปเช็กชื่อ-นามสกุล ของผู้ที่สอบได้ทั้งหมดว่า มีใครนามสกุลเดียวกับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในกระทรวงมหาดไทย มีนามสกุลเดียวกับนักการเมืองระดับชาติ นักการเมืองท้องถิ่น บ้านใหญ่ หรือใครมีเครือข่ายเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองหรือไม่ เพื่อจะสอบหาเส้นสาย หรือที่มาของการสอบได้ว่า เกี่ยวข้องหรือใช้เส้นสาย ใช้คอนเน็กชันในการสอบหรือไม่
2.ตรวจสอบบัญชีรายชื่อผู้ทุจริต ที่มีชื่อในกระดาษคำตอบที่เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ปปป. เข้าตรวจตรวจค้นบริษัทสามเมืองเจริญรุ่งเรืองกิจจำกัด ว่ารายชื่อทั้ง 3,000 คนนี้ แยกแยะออกมาว่า ได้เกี่ยวข้องหรือได้ใช้เงิน ในการซื้อผลการสอบกับบุคคลใด เพื่อหาเส้นทางการทุจริตเชื่อมโยงไปยังตัวการใหญ่หรือผู้บงการ
3.เชิญเจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทย ที่อยู่ในเหตุการณ์แก้ข้อสอบลงในระบบคอมพิวเตอร์ ที่เจ้าหน้าที่ป.ป.ช.เข้าจับกุม หรือตรวจค้น ที่บริษัทสามเมืองรุ่งเรืองกิจจำกัด จังหวัดนนทบุรี มาตรวจตรวจสอบหรือมาสอบสวนว่า ได้รับการว่าจ้างหรือได้รับคำสั่งจากใครให้มาเป็นผู้แก้ไขกระดาษคำตอบ
4.จับกุมนายพิชิต ทั้งพรม ผอ.กองยุทธศาสตร์ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ มาสอบสวนเพื่อหาเส้นทางการเงิน หรือเครือข่ายการทุจริตในการสอบครั้งนี้ เพราะนายพิชิตน่าจะเป็นจิ๊กซอว์ตัวสำคัญ ที่สามารถสาวไปถึงตัวผู้บงการ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องระดับสูงกว่านี้ได้
5.เมื่อการจับกุมนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร อดีตปลัดจังหวัดภูเก็ต และมีการสอบสวนได้รับสารภาพว่า รับผลประโยชน์ในการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นจริง ก็ต้องตรวจสอบว่าเส้นทางการเงิน 900,000 บาทที่รับมา ได้ส่งมอบให้ใคร และเกี่ยวข้องกับบุคคลใดในกระทรวงมหาดไทยหรือไม่
6.สอบสวนผู้ที่มีชื่อในคลิปเสียงที่ปล่อยออกมา ไม่ว่าจะเป็นกรณีชื่อส้ม หรือกฤต หรือบุคคลใดที่มีชื่อในคลิปเสียง และเกี่ยวข้องกับการทุจริตในการสอบท้องถิ่นครั้งนี้ ต้องเชิญตัวมาสอบสวนหาข้อเท็จจริง ไม่ว่าคลิปนั้นจะเป็นคลิปปล่อย คลิปจริง หรือคลิป AI ก็ตาม เพื่อจะหาข้อมูลเบื้องต้นว่าได้เกี่ยวข้องกับเครือข่ายทุจริตในครั้งนี้หรือไม่
ซึ่งการสอบสวนผู้กระทำผิด หรือโครงข่ายการทุจริตในครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องสลับซับซ้อน น่าจะเป็นเรื่องที่ง่าย และเรื่องที่ยากกว่านี้ ทั้ง ป.ป.ช. ตำรวจปปป.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สามารถสอบสวนจับกุมผู้กระทำผิดสำเร็จมาแล้วหลายคดี คดีนี้น่าจะเป็นคดีที่ปรากฏข้อเท็จจริง ตัวละครมากมายข่าวแพร่หลายกว้างขวาง และเป็นที่รับรู้กันทั่วประเทศ ซึ่งการหาพยานหลักฐาน หรือจะเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้มาสอบสวนไม่ใช่เรื่องยากเลย อยู่ที่ว่ารัฐบาลจะเอาจริงหรือไม่ นายอนุทินจะให้ความสำคัญในเรื่องนี้หรือไม่ หรือเกรงว่าการสอบสวนในลักษณะจริงจัง จะไปเจอตอหรือตัวการ ผู้บงการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังของโครงการนี้ ถึงไม่กล้าที่จะเดินหน้าต่อไป
นายเทพไท เรียกร้องให้นายอนุทิน เร่งสอบสวนมีผลในทางปฏิบัติ และสามารถนำตัวการใหญ่ หรือผู้บงการอยู่เบื้องหลังการทุจริตในครั้งนี้มาลงโทษให้ได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนคนไทยว่า รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ และเอาจริงเอาจังกับการทุจริตคอร์รัปชันทุกรูปแบบ