ห้องข่าวภาคเที่ยง - ตามคดีเด็กชายอายุ 11 ขวบ มีรายงานว่าเป็นเด็กพิเศษ แอบนำรถกระบะของที่บ้านออกมาขับบนถนนใหญ่ ไกลจากบ้านกว่า 10 กิโลเมตร ขับด้วยความเร็ว เสียหลักพุ่งชนคณะพระสงฆ์ เดินธุดงค์จากวัดในตัวเมืองมุกดาหาร มุ่งหน้าไปจังหวัดอุบลราชธานี เหตุการณ์นี้ทำให้พระมรณภาพ 10 รูป
ขณะเกิดเหตุมีกล้องวงจรปิดบริเวณบ้านชาวบ้านบันทึกภาพนาทีไว้ได้หลายมุม โดยกล้องฯ มุมนี้ จะเห็นรถจักรยานยนต์ขี่สวนผ่านคณะพระที่เดินธุดงค์ไปเพียงแป๊บเดียว ไม่ถึง 10 วินาที ก็มีรถกระบะ คันก่อนเหตุ ที่มีเด็กชายอายุ 11 ขวบ เป็นคนขับ มาด้วยความเร็วมากพุ่งชนพระที่เดินธุดงค์ต่อเรียงกันเป็นแถวยาว
พระสงฆ์คณะนี้ มีทั้งหมด 34 รูป เดินธุดงค์อยู่ริมถนนสายมุกดาหาร-ดอนตาล ช่วงเขตบ้านนาเวียงแก ตำบลนาสีนวล อำเภอเมืองมุกดาหาร ทันทีที่ถูกรถกระบะพุ่งชน แรงชนยังทำให้พระบางรูปร่างลอยกระเด็น ทะลุกระจกหน้ารถกระบะเข้าไปมรณภาพอยู่ภายในห้องโดยสาร และมีพระอีกหลายรูปกระเด็นไปคนละทิศละทาง ได้รับบาดเจ็บนอนเกลื่อนถนน โดยมีพระมรณภาพในที่เกิดเหตุ 5 รูป และไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลเพิ่มเติม รวมจนถึงขณะนี้พระมรณภาพ รวม 10 รูป
ส่วนพระที่รอดชีวิตจำนวน 14 รูป หลังเกิดเหตุเดินทางกลับไปยังวัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ ซึ่งเป็นวัดจุดเริ่มต้นที่ออกเดินทางธุดงค์ และเมื่อคืนก็พักนอนอยู่ที่วัดนี้ โดยมีทีมแพทย์ และ อสม. เฝ้าดูแลอาการ
พระอภิรักษ์ หนึ่งในพระที่รอดชีวิต เล่าว่า พระภิกษุทั้งคณะมีทั้งหมด 34 รูป เดินทางมาจากหลายจังหวัด อาทิ อุบลราชธานี ขอนแก่น และ นครราชสีมา หลังฉันเช้าเสร็จก็พากันเดินทางออกจากวัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ มุ่งหน้าไปอำเภอน้ำขุ่น จังหวัดอุบลราชธานี สิ้นสุดในวันที่ 20 กรกฎาคม ก่อนวันเข้าพรรษา มีฆราวาสร่วมเดินทาง 5 คน แต่เดินมาได้เพียง 6-7 กิโลเมตร ก็เกิดอุบัติเหตุ พระอภิรักษ์ บอกว่า อยู่ในขบวนรูปที่ 4 เห็นรถกระบะพุ่งเข้ามาหาจึงหลบลงข้างทาง รู้สึกตกใจมาก ทราบว่าเด็กแอบขโมยรถขับออกมาจากบ้าน
นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งโต๊ะแถลงข่าว แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนเด็กที่ทำผิดอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ มีอาการช็อก ไม่สามารถให้การใด ๆ ได้ เรื่องการเยียวยา รถกระบะประกันไม่ขาด มีทุนประกันคุ้มครอง 20 ล้านบาท
ครอบครัวของเด็กยืนยันว่า ไม่เคยสอนหลานขับรถ ไม่รู้ว่าหลานขับออกไปได้อย่างไร
ช่วงเย็นเมื่อวาน ตำรวจเชิญยายและแม่ของเด็กชายอายุ 11 ขวบ ไปที่ สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อสอบสวนเบื้องต้น เพื่อนำข้อมูลพิจารณาว่าใครเป็นคนดูแลเด็ก เพราะผู้ปกครองอาจจะถูกแจ้งข้อหาที่ปล่อยปละละเลยเด็ก และเมื่อคืนเด็กชายอยู่ในความดูแลของ พม.
พระที่มรณภาพ 1 ในนั้น คือ พ่อของออย แสงศิลป์ นักร้องชื่อดัง เจ้าตัวนั่งเครื่องบินจากท่าอากาศยานดอนเมืองไปถึงท่าอากาศยานนครพนม ในเวลา 19.50 น. ก่อนจะเดินทางไปยังโรงพยาบาลมุกดาหาร ดำเนินการรับศพ พระรัชตะ ทองบุราณ เตชวโร พระพ่อกลับไปบำเพ็ญกุศล
ออย แสงศิลป์ มีท่าทีอิดโรยเสียใจ บอกว่า ทราบข่าวพ่อช่วง 11.00 น. รู้แค่เกิดอุบัติเหตุ แต่ไม่นานได้รับคำยืนยันว่า พระพ่อมรณภาพ รู้สึกช็อก รีบเดินทางกลับมาทันที ส่วนของเด็กไม่มีอะไรกล่าวถึง ปล่อยให้ตำรวจเป็นคนดำเนินการ
ออย แสงศิลป์ เปิดเผยอีกรอบ บอกว่า พ่อบวชมาสักพัก แต่คุยกันอยู่ตลอดเกี่ยวกับเรื่องอุปกรณ์เครื่องเสียง พ่อบอกว่า จะเรียนรู้เกี่ยวกับการเป็นพระนักเทศน์ ก่อนเกิดเหตุไม่มีลางบอกเหตุใด ๆ ส่วนการนำร่างของพ่อไปประกอบพิธีที่ไหนต้องรอดูคณะสงฆ์ รู้สึกเสียใจอย่างมากที่ตื่นมาสายแรกที่ได้รับ คือ การแจ้งข่าวว่าพ่อมรณภาพ
เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ญาติของพระที่มรณภาพ โดยมีศิลปิน ออย แสงศิลป์ ร่วมเดินทางมาเชิญดวงวิญญาณของพ่อ คือ พระภิกษุรัชตะ ทองบุราณ ด้วย มาถึงก็ทำพิธีตามความเชื่อ นำดอกไม้ ธูปเทียน เชิญดวงวิญญาณของผู้เสียชีวิต
นายถม ชัยเลิศ เป็นพี่ชายของ พระคำสิง หนึ่งในพระที่เสียชีวิต บวชได้ประมาณ 2 พรรษา โดยเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา ตนเองยังเดินทางมาส่ง พระคำสิง ที่จังหวัดมุกดาหาร เพื่อเตรียมตัวออกเดินธุดงค์เมื่อวันที่ 2 จากนั้นก็มาเกิดเหตุสลด
จากเหตุสลดใจครั้งนี้ สมเด็จพระสังฆราชฯ มีพระบัญชาโปรดรับพระภิกษุผู้ถึงมรณภาพ และพระภิกษุที่ได้รับบาดเจ็บไว้ในพระอนุเคราะห์
เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงปลงธรรมสังเวช มีพระบัญชาโปรดรับการบำเพ็ญกุศลศพพระภิกษุผู้ถึงมรณภาพไว้ในพระอนุเคราะห์โดยตลอด โปรดประทานผ้าไตรพร้อมช่อไม้จันทน์ 1 ช่อ ไปในการฌาปนกิจศพพระภิกษุผู้ถึงมรณภาพทุกรูป
มีพระบัญชาโปรดให้ไวยาวัจกร จัดคิลานปัจจัยประทานเป็นส่วนพระอนุเคราะห์ ให้แก่พระภิกษุผู้อาพาธทุกรูป ให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ประสานข้อมูลจากคณะแพทย์ผู้รักษา และรายงานอาการอาพาธกราบทูล ทราบฝ่าพระบาทเป็นระยะ และโปรดให้เชิญรับสั่งประทานพรให้มีสุขภาพฟื้นฟูกลับมาแข็งแรง เพื่อจักสามารถปฏิบัติศาสนกิจตามพระธรรมวินัยได้สืบไป
คำว่า "คิลานปัจจัย" หมายถึง "ปัจจัยสำหรับภิกษุไข้" หรือ สิ่งเกื้อหนุนสำหรับผู้เจ็บป่วยในทางพระพุทธศาสนา คำนี้มักใช้แทน "คิลานเภสัช" ซึ่งหมายถึง ยารักษาโรค และเครื่องบำบัดอาการอาพาธของพระสงฆ์ เพื่อให้กลับมามีสุขภาพปกติ