ห้องข่าวภาคเที่ยง - เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. คุมตัว 2 สามีภรรยา ส่งพัสดุซุกซ่อนเฮโรอีน ก่อนส่งต่อให้ "นางสาวมีนา" แอร์ฯ สาว มาสอบปากคำเพิ่ม ก่อนจ่อแจ้งข้อหาที่กรุงเทพฯ
เป็นภาพล่าสุดขณะเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. นำตัว นายอาทิตย์ และ นางสาวทัดสะพอน ภรรยา ขึ้นเครื่องบินพาณิชย์ จาก สภ.เอราวัณ จังหวัดเลย มาลงที่สนามบินดอนเมือง ก่อนพาตัวขึ้นรถมาสอบปากคำเพิ่มเติมที่ ป.ป.ส. ระหว่างถูกคุมตัว ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน สีหน้าเรียบเฉย และไม่ตอบคำถามใด ๆ
หลัง นายอาทิตย์ และ นางสาวทัดสะพอน ถูกชุดสืบสวนภูธรจังหวัดเลย จับกุมตัว โดย นายอาทิตย์ ถูกจับระหว่างทำงานก่อสร้างอยู่บนหลังคา ที่วัดถ้ำผาหมากฮ่อ ตำบลศรีสงคราม อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย
ส่วน นางสาวทัดสะพอน ภรรยาของนายอาทิตย์ ถูกจับกุม หลังเธอขับรถกระบะ สีดำ ทะเบียนเลย เข้าไปจอดในสวนยาง พื้นที่ผานาง-ผาเกิ้ง ตำบลผาอินทร์แปลง อำเภอเอราวัณ จังหวัดเลย เพื่อหลบซ่อนตัว
จากการสอบสวน นายอาทิตย์ รับสารภาพว่า ตนเองรับจ้างส่งพัสดุไปที่กรุงเทพฯ รวม 6 ครั้ง โดยส่งผ่านร้านส่งพัสดุ ที่บ้านธาตุ อำเภอเชียงคาน และที่อำเภอเชียงคาน 5 ครั้ง และ ส่งที่อำเภอเอราวัณ 1 ครั้ง ได้ค่าจ้างครั้งละ 8,000 บาท โดยส่งครั้งสุดท้ายวันที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา ส่วน นางสาวทัดสะพอน ภรรยา ยังให้การปฎิเสธ อ้างว่าไม่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ยาเสพติดที่ผู้ต้องหานำมารับต่อมาจากชาวลาว หิ้วข้ามแม่น้ำโขงข้ามมาประเทศไทย สำหรับการสอบปากคำใช้เวลาไม่นาน และตำรวจยังไม่แจ้งข้อกล่าวหาใด ๆ ก่อนคุมตัวทั้ง 2 คน เข้ามาที่กรุงเทพฯ
สำหรับเครือข่ายยาเสพติดประเทศเพื่อนบ้านกลุ่มนี้ แนวทางการสอบสวนของ ป.ป.ส. และ ตำรวจปราบปรามยาเสพติด ระบุว่า ขบวนการนี้แบ่งได้ 3 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้ผลิต เป็นสามีชาวลาว และ ภรรยาชาวไทย อาศัยอยู่ประเทศลาว นำยาเสพติดซุกซ่อนบรรจุในสินค้าโอทอปของไทย แล้วส่งข้ามแม่น้ำโขงข้ามมาประเทศไทย
ก่อนส่งต่อให้เครือข่ายลักลอบขนเฮโรอีนข้ามชาติ คือ นายอาทิตย์ และ นางสาวทัดสะพอน นำสินค้าส่งผ่านบริษัทฯ ขนส่ง มาวางไว้ที่คอนโดฯ ของ นางสาวมีนา แอร์ฯ สาว ให้ขนย้ายยาเสพติดขึ้นเครื่องนำไปประเทศออสเตรเลีย
ส่วนผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก ชื่อว่า "โรส โรส" ที่ว่าจ้างจัดหางาน และชายชุดดำต้องสงสัย ที่นั่งรถเก๋ง สีดำ ขนย้ายพัสดุมาวางไว้คอนโดฯ ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างติดตามตัว
ขณะที่ เลขาธิการ ป.ป.ส. เมื่อวานนี้ (2 ก.ค.) เข้าพบ นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเตรียมการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ซึ่งจะมีการกำชับถึงมาตรการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เบื้องต้นมีแนวคิดว่าคดีของแอร์โฮสเตส อาจเกินว่าที่ ป.ป.ส. จะรับไหว จึงเชิญตัวแทนจาก กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ มาหารือ เพื่อพิจารณารับเป็นคดีพิเศษ เนื่องจากขบวนการยาเสพติดกลุ่มนี้ยังมีเครือข่ายอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย และ ไต้หวัน
ซึ่งตามประกาศ ดีเอสไอ เรื่องกำหนดรายละเอียดและลักษณะของการกระทำความผิด ฉบับที่ 10 มาตรา 21 วรรค 1 โดยในข้อ 31 ระบุไว้ว่า 1.คดีต้องมีปริมาณยาสเพติดตั้งแต่ 500 กิโลกรัมขึ้นไป 2.มูลค่ายาเสพติดตั้งแต่ 100 ล้านบาทขึ้นไป 3.มูลค่าทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องมากกว่า 300 ล้านบาทขึ้นไป และ 4.เป็นคดีที่ ป.ป.ส. หรือ ปส. เห็นว่ามีความซับซ้อน และร้องขอให้เป็นคดีพิเศษ ซึ่งข้อสุดท้ายคาดว่าเข้ากฎหมายมากที่สุด
อย่างไรก็ตาม ในการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ที่ทำเนียบรัฐบาล ช่วงบ่ายวันนี้ ต้องจับตาดูว่าจะเชิญตัวแทน ดีเอสไอ เข้ารับฟังแนวทางดำเนินการสืบสวนด้วยหรือไม่