ไกล่เกลี่ยสำเร็จ “ไอซ์ รัชนก” เอ่ยปากขอโทษ “สุชาติ และครอบครัว” ต่อหน้าศาล ปมหมิ่นฯ กล่าวหาโกงเลือกตั้ง “เสี่ยเฮ้ง” ให้อภัยถอนฟ้อง ส่วนคดีอื่นเดินหน้าสู้ต่อ
วันนี้ (3 ก.ค.69) ที่ศาลอาญา ถ.ตลิ่งชัน ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องคดีระหว่าง นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นโจทก์ ฟ้อง น.ส.รักชนก ศรีนอก หรือไอซ์ สส.พรรคประชาชน และ ประธาน กมธ.ศึกษาติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร เป็นจำเลยฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา กรณี น.ส.รักชนกกล่าวหานายสุชาติว่า "ไอ้รัฐมนตรีมาจากการโกงเลือกตั้ง"
โดยเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา ศาลได้นัดคู่ความทั้งสองฝ่ายให้มาไกล่เกลี่ยก่อนทำการไต่สวนมูลฟ้อง ซึ่ง น.ส.รักชนกเดินทางมาศาล ขณะที่นายสุชาติติดไปราชการที่ประเทศญี่ปุ่น ศาลจึงกำหนดนัดไกล่เกลี่ยอีกครั้งในวันนี้ พร้อมกำชับให้คู่ความทั้งสองฝ่ายมาศาลตามหมายนัด
วันนี้นายสุชาติมอบอำนาจให้ผู้แทนเดินทางมาศาล พร้อมนายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ทนายความ เนื่องจากนายสุชาติติดราชการไปต่างจังหวัด ขณะที่ น.ส.รักชนก เดินทางมาพร้อมนายนิธิ ละเอียดดี ทนายความ
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า การไกล่เกลี่ยผู้เสียหายมีความพร้อมที่จะประนีประนอมและพูดคุยตามกระบวนการกฎหมาย แต่ต้องพิจารณาว่า จำเลยมีความสำนึกต่อการกระทำหรือไม่ ซึ่งทีมกฎหมายพบว่า น.ส.รักชนกยังคงโพสต์ข้อความพาดพิงและเสียดสีอย่างต่อเนื่อง ทำให้ความเสียหายยิ่งเพิ่มขึ้น ทั้งต่อชื่อเสียงของนายสุชาติและครอบครัว โดยมารดาของนายสุชาติต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจากผลกระทบที่เกิดขึ้น
เมื่อถึงเวลานัด ปรากฏว่าฝ่ายผู้แทนนายสุชาติ และ น.ส.รักชนก ได้เจรจากัน โดยมีผู้พิพากษาเป็นคนกลางในการไกล่เกลี่ย ปรากฏว่า ผลการเจรจาไปในทิศทางที่ดี เมื่อ น.ส.รักชนก ยอมถอยและพร้อมขอโทษนายสุชาติ โดยศาลได้ให้นายณัฐวุฒิโทรศัพท์ และมีการพูดคุยกับนายสุชาติ พร้อมเชิญนายสุชาติมาที่ศาลอาญาตลิ่งชัน หลัง น.ส.รัชนก พร้อมกล่าวขอโทษ ทำให้นายสุชาติเดินทางมาศาลทันที
ต่อมาเวลา 14.20 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เดินมาที่ศาลอาญา ถ.ตลิ่งชัน ก่อนจะขึ้นห้องพิจารณาคดีไปประมาณ 20 นาที
จากนั้น นายสุชาติ ได้เปิดเผยภายหลังการไกล่เกลี่ยคดีว่า ศาลได้เสนอให้ทั้งสองฝ่ายพูดคุยทำความเข้าใจ เนื่องจากคดีดังกล่าวสืบเนื่องมาจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งมีการกล่าวหาว่าตนทุจริตการเลือกตั้งในเขต 1 จังหวัดชลบุรี และใช้ถ้อยคำพาดพิงว่าเป็น “รัฐมนตรีเฮ้งซวย” ทั้งที่ภายหลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ตรวจสอบและยืนยันแล้วว่าตนได้รับชัยชนะจากคะแนนเสียงที่บริสุทธิ์
นายสุชาติ กล่าวว่า ในฐานะนักการเมืองยอมรับการตรวจสอบได้ แต่สิ่งที่กระทบจิตใจมากที่สุดคือผลกระทบที่เกิดขึ้นกับครอบครัว โดยเฉพาะพ่อแม่ที่มีอายุมากและเจ็บป่วยจนต้องเข้ารักษาตัวในห้อง ICU รวมถึงลูกที่ต้องเผชิญกับการถูกเพื่อนล้อเลียนจากข่าวที่เผยแพร่ออกไป จึงเห็นว่าความเสียหายไม่ได้เกิดขึ้นกับตนเพียงคนเดียว แต่ขยายวงไปถึงคนในครอบครัว อย่างไรก็ตาม วันนี้คู่กรณีได้เดินทางมาขอโทษด้วยตนเองต่อหน้าศาล โดยกล่าวขอโทษที่ทำให้ตนและครอบครัวได้รับความเสียหายและเสื่อมเสียชื่อเสียง ซึ่งตนในฐานะผู้ใหญ่กว่าเห็นว่าเมื่ออีกฝ่ายสำนึกและกล่าวขอโทษแล้ว ก็ถือว่ายุติเรื่องนี้
นายสุชาติ กล่าวว่า ขณะนี้รู้สึกสบายใจที่เรื่องดังกล่าวจบลง และต้องการนำเวลาไปทุ่มเทให้กับการทำงานมากกว่าการต่อสู้คดีที่สามารถให้อภัยกันได้ โดยจะถอนฟ้องเฉพาะคดีที่เกี่ยวข้องกับการกล่าวหาเรื่องการเลือกตั้งเท่านั้น ส่วนคดีอื่นที่เกี่ยวกับข้อกล่าวหาทุจริตคอร์รัปชันนั้น ยืนยันจะดำเนินการตามกระบวนการกฎหมายต่อไป เพราะเป็นข้อกล่าวหาที่ร้ายแรง ไม่สามารถยอมรับได้ และยังส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของตนมาเป็นเวลานาน
นายสุชาติ ยังฝากถึงผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์และประชาชนว่า การโพสต์ข้อความหมิ่นประมาทหรือกล่าวหาใคร ไม่ควรมองว่าเป็นเพียงเรื่องสนุกหรือทำเพื่อสร้างคอนเทนต์ เพราะทุกคนล้วนมีครอบครัว มีพ่อแม่ และมีลูกที่ได้รับผลกระทบจากข้อมูลที่เผยแพร่ออกไป แม้นักการเมืองจะพร้อมรับการตรวจสอบ แต่การนำข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงไปเผยแพร่ย่อมสร้างบาดแผลทางความรู้สึกแก่คนในครอบครัวได้
ขณะที่ น.ส.รักชนก ได้ลงมาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน โดยมีผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนคดีร่วมสังเกตการณ์ อย่างไรก็ตาม ก่อนการให้สัมภาษณ์ ได้เกิดเหตุโต้เถียงกันเล็กน้อย เมื่อทนายความของนายสุชาติ เดินเข้ามาอยู่บริเวณด้านข้างของวงสัมภาษณ์ พร้อมระบุว่าให้รอผู้สังเกตการณ์ก่อน และขอร่วมรับฟังการให้สัมภาษณ์ แต่ น.ส.รักชนก ได้ขอให้บุคคลดังกล่าวออกไปยืนด้านอื่น พร้อมกล่าวว่า ไม่ต้องการมีภาพร่วมเฟรมกับทนายความของคู่กรณี ขณะที่อีกฝ่ายยืนยันว่าต้องการรับฟังข้อความที่ให้สัมภาษณ์ด้วยตนเอง ไม่ใช่รับฟังผ่านสื่อ ก่อนที่ทนายความฝ่าย น.ส.รักชนก จะขอให้ไปอยู่กับกลุ่มผู้สังเกตการณ์แทน ทำให้สถานการณ์คลี่คลายลง และ น.ส.รักชนก จึงให้สัมภาษณ์สื่อต่อได้ตามปกติ
น.ส.รักชนก เปิดเผยว่า วันนี้นายสุชาติได้เดินทางมาศาลตามนัด ทำให้ทั้งสองฝ่ายมีโอกาสพูดคุยกันภายในห้องพิจารณาคดี โดยนายสุชาติระบุว่าไม่ได้ติดใจเอาความแล้ว แต่เล่าว่าการนำเสนอข่าวและกระแสที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อคุณแม่และบุตรของตัวเอง โดยเฉพาะบุตรที่ถูกเพื่อนล้อที่โรงเรียน ตนจึงได้กล่าวขอโทษนายสุชาติ รวมถึงขอโทษคุณแม่และบุตรของนายสุชาติ ที่ได้รับผลกระทบจากการสื่อสารและกระแสข่าว พร้อมขอบคุณนายสุชาติที่ตัดสินใจถอนฟ้อง
“ก็ต้องขออภัย ขอโทษท่านด้วย ขอโทษครอบครัวท่านที่การสื่อสารของเราอาจส่งผลกระทบ ทำให้คุณแม่หรือว่าลูกของท่านได้รับผลกระทบทางสังคม”
หลังจากนี้ตนจะมุ่งทำหน้าที่ในฐานะ สส. และประธาน กมธ.ศึกษาติดตามการบริหารงบประมาณอย่างเต็มที่ โดยจะเดินหน้าตรวจสอบการใช้งบประมาณและโครงการต่างๆ ต่อไป เช่น กรณีอาคารสกายไนน์ รวมถึงประเด็นอื่นๆ ที่อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบของฝ่ายนิติบัญญัติ
ผู้สื่อข่าวถามว่า การถอนฟ้องครั้งนี้มีเงื่อนไขหรือไม่ น.ส.รักชนก ตอบว่า เป็นไปตามที่ทั้งสองฝ่ายได้พูดคุยและตกลงกันภายในศาล โดยตนได้แถลงขอโทษคุณแม่และบุตรของนายสุชาติ รวมถึงประชาชน หากการใช้ถ้อยคำในการสื่อสารที่ผ่านมาอาจทำให้เกิดความไม่สบายใจหรือไม่ถูกใจ พร้อมกล่าวขออภัยต่อทุกฝ่าย
สำหรับบรรยากาศการพูดคุยภายในศาล น.ส.รักชนก ยืนยันว่าเป็นไปด้วยดี ทั้งสองฝ่ายได้พูดคุยทำความเข้าใจกัน ไม่มีการยื่นคำแถลงขอโทษเป็นลายลักษณ์อักษรต่อศาล เนื่องจากได้พูดคุยกันเรียบร้อยแล้วภายในห้องพิจารณาคดี และต้องการให้กระบวนการเสร็จสิ้นโดยเร็วเพื่อแยกย้ายไปปฏิบัติหน้าที่
เมื่อถามถึงคดีหรือการตรวจสอบประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับนายสุชาติ น.ส.รักชนก ยืนยันว่า ยังคงทำหน้าที่ตรวจสอบในฐานะ สส. และกรรมาธิการต่อไป หากนายสุชาติจะดำเนินคดีอื่นเพิ่มเติมก็เป็นสิทธิของอีกฝ่าย
ส่วนกรณีที่มีคำถามว่าการกล่าวขอโทษครั้งนี้เป็นการยอมลดท่าทีหรือเสียภาพลักษณ์หรือไม่ น.ส.รักชนก ชี้แจงว่า เป็นข้อตกลงที่เกิดขึ้นภายในศาลเพื่อยุติข้อพิพาท โดยย้ำว่าเป็นขั้นตอนที่ทั้งสองฝ่ายตกลงร่วมกัน ก่อนเข้าสู่กระบวนการถอนฟ้องตามกฎหมาย
ทั้งนี้ จะมีการโพสต์ขอโทษผ่านโซเชียลหรือไม่นั้น นายนิธิ ในฐานะทนายความของ ไอซ์ รักชนก กล่าวว่า เบื้องต้นคดีนี้จบแล้ว ส่วนเรื่องการโพสต์ขอโทษนั้นต้องรอติดตามว่าจะออกมาเป็นอย่างไรและลักษณะไหน ให้รอดูผ่านทางสื่อที่จะออกมาอีกครั้ง