ทะลักต่อเนื่อง ! สกัดขบวนการขนลำเลียงยานรก ข้ามจังหวัด ตะครุบตัว 2 ผู้ต้องหา รับจ้างขนยา จากจ.บึงกาฬ เข้าพื้นที่ชั้นใน ยึดไอซ์ 83 กิโลกรัม ยาบ้า 2.2 แสนเม็ด มูลค่ากว่า 94 ล้านบาท พบประวัติเคยถูกจับ และมีหมายจับค้างเก่า
วันนี้ ( 5 ก.ค. 69 ) ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมกันจับกุมตัว นายนิธิ หรือธิ อายุ 39 ปี และนายสำเริง หรือ เอ๋ อายุ 48 ปี ฐาน ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าและไอซ์) โดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป โดยไม่ได้รับอนุญาต และเป็นผู้ขับขี่ รถยนต์ เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย พร้อมยึดของกลาง ไอซ์ 83 กิโลกรัม ยาบ้า 220,000 เม็ด รถเก๋ง รวม 2 คัน และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง โดยจับกุมได้บริเวณ ถนนภายในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ในจังหวัดสกลนคร หลังจากที่เจ้าหน้าที่ ไล่ติดตามจาก จ.บึงกาฬ
พฤติการณ์สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับ ว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจำนวนมาก เข้าสู่พื้นที่จังหวัดตอนในภาคอีสาน โดยใช้เส้นทางลำเลียงถนนหมายเลข 212 สาย (บึงกาฬ-นครพนม) เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้สืบสวนจับกุม และวางกำลังตามเส้นทาง ที่คาดว่าเป้าหมายจะเดินทาง กระทั่งตำรวจทางหลวงบึงกาฬ, ตำรวจกก.3 บก.ป. และทหารพรานกองร้อยเฉพาะกิจที่ 2108 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี พบรถเก๋งต้องสงสัย สีขาว และสีดำ ซึ่งมีตำหนิลักษณะตรงตามที่ได้รับแจ้งจากสายลับ ขับตามหลังกันมาบนถนนสายหมู่บ้านโป่งไฮ-บ้านทรายทอง เชื่อมต่อถนนหมายเลข 222 สาย (บึงกาฬ-พังโคน) จึงส่งสัญญาณให้รถเก๋ง ทั้ง 2 คันหยุดรถ เพื่อขอตรวจสอบ แต่ปรากฏว่ารถ ทั้ง 2 คัน เร่งความเร็วขับหนีไปทางสามแยกหนองหิ้ง เจ้าหน้าที่จึงไล่ติดตามไป โดยรถทั้ง 2 คัน ขับมุ่งหน้าไปทาง อ.คำตากล้า
ระหว่างเจ้าหน้าที่ไล่ล่าติดตามมานั้น รถเก๋งสีขาว พยายามขับสกัดขัดขวางรถของเจ้าหน้าที่ ไม่ให้ติดตามรถเก๋งสีดำ จึงเชื่อว่ารถทั้ง 2 คันเป็นแก๊งเดียวกัน จากนั้นรถเก๋งสีขาว ได้เร่งความเร็ว อาศัยความมืดขับหลบหนีไป แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังคงไล่ล่ารถเก๋งสีดำต่อไป จนมาถึงเขตพื้นที่อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร จึงได้ประสานตำรวจทางหลวงสกลนคร ให้ช่วยสกัดจับรถคันดังกล่าว โดยตำรวจทางหลวงพังโคน รวม 5 นาย เข้าทำการตั้งจุดสกัดจับเพื่อหยุดรถต้องสงสัย บริเวณคอสะพานข้ามห้วยปลาหาง ทางหลวงหมายเลข 222 ต.เดื่อศรีคันไชย อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร เมื่อมาถึงจุดสกัด เจ้าหน้าที่ชุดสกัดได้ใช้อุปกรณ์ Stop Stick (เครื่องสกัดกั้น) เพื่อหยุดรถต้องสงสัย แต่รถต้องสงสัยก็ได้ขับฝ่าจุดสกัดของตำรวจทางหลวงไปได้ และขับมุ่งหน้าไปทางอ.พังโคน จ.สกลนคร
เจ้าหน้าที่จึงได้ขับรถไล่ติดตามอย่างกระชั้นชิด จนกระทั่งรถยนต์ต้องสงสัยได้ขับเลี้ยวเข้าไปภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.พังโคน จ.สกลนคร คนขับได้หยุดรถ และทิ้งรถวิ่งหลบหนีเข้าป่าข้างทาง เจ้าหน้าที่ชุดติดตามได้ไล่ติดตามจนสามารถจับกุมตัวคนขับได้ ทราบชื่อคือนายนิธิ อายุ 39 ปี เป็นชาวจ.อุทัยธานี จากนั้นได้พาตัวนายนิธิ ไปตรวจสอบภายในรถเก๋ง ที่ขับมา พบกระสอบสีดำ 3 กระสอบ ซุกซ่อนอยู่ภายในตัวรถ ตรวจสอบภายในเป็นไอซ์ 83 ถุง ๆ ละ 1 กิโลกรัม และยาบ้า 220,000 เม็ด มูลค่ารวม 94 ล้าน บาท
สอบถามนายนิธิ ให้การรับว่า เป็นคนรับจ้างขนยาเสพติดล็อตนี้ มาจากจังหวัดบึงกาฬ และจะนำไปส่งต่อในเขตพื้นที่ทางจังหวัดภาคกลาง (ยังไม่ทราบจังหวัดแน่ชัด) เมื่อทำงานนี้สำเสร็จ จะได้รับค่าจ้างเป็นเงิน 80,000 บาท แต่มาถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้เสียก่อน โดยมีนายสำเริง หรือเอ๋ เป็นคนขับรถสีขาว ซึ่งทำหน้าที่เป็นสเก้าหน้าดูต้นทาง
ต่อมาเจ้าหน้าที่ มีการประสาน ตำรวจชุดสืบสวนภาค 3 และ กก.สืบสวน จว.นครราชสีมา หลังพบว่าคนขับรถเก๋งสีขาว ได้ขับหลบหนีไปในพื้นที่อ.เมือง จ.นครราชสีมา ซึ่งจากการสกัดจับ พบรถยนต์ และนายสำเริง หรือเอ๋ อายุ 48 ปี เป็นผู้ขับขี่ ซึ่งมีตำหนิรูปพรรณตามที่นายนิธิฯ ได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมไว้
ตรวจสอบประวัติ พบว่านายนิธิ และนายสำเริง เคยถูกจับในคดียาเสพติดมาก่อน โดยนายสำเริง ยังเป็นบุคคลตามหมายจับศาลจังหวัดอุทัยธานี ที่ จ.88/2569 ลงวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ในคดี “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติด” ก่อนคุมตัวนายนิธิ และนายสำเริง พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.พังโคน จังหวัดสกลนคร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป