กรมทะเลลงพื้นที่ตรวจสอบ “น้ำทะเลเปลี่ยนสี” บริเวณหาดทุ่งวัวแล่น จ.ชุมพร มีสีน้ำตาล มีกลิ่นคาว และพบสัตว์น้ำตาย พบเกิดจากการสะพรั่งของแพลงก์ตอนพืช ไม่สร้างสารชีวพิษ แนะนำหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำทะเลโดยตรง
วันนี้ (5 ก.ค. 69) กลุ่มสมุทรศาสตร์และสิ่งแวดล้อมทางทะเล ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลาง (ศวทก.) ได้ลงพื้นที่สำรวจและตรวจวัดคุณภาพน้ำทะเลเบื้องต้น หลังได้รับรายงานการเกิดปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสี บริเวณหาดทุ่งวัวแล่น อ.ปะทิว จ.ชุมพร พร้อมเก็บตัวอย่างแพลงก์ตอนพืชและแพลงก์ตอนสัตว์
จากการสำรวจพบว่าน้ำทะเลมีสีน้ำตาล มีกลิ่นคาว และพบสัตว์น้ำตายกระจายตัวบริเวณชายหาดในปริมาณเล็กน้อย โดยสัตว์น้ำชนิดที่พบ ได้แก่ ปลาแป้น ปลาทราย และปูม้า
ผลการตรวจสอบตัวอย่างแพลงก์ตอนพืชพบว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวเกิดจากการสะพรั่งของแพลงก์ตอนพืช กลุ่มไดอะตอม ได้แก่ Chaetoceros spp. และ Gyrosigma/Pleurosigma spp. ซึ่งเป็นชนิดที่ไม่สร้างสารชีวพิษ
ผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำทะเลเบื้องต้นพบว่า ค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) อยู่ในช่วง 7.95–8.01 อุณหภูมิ 28.7–29.1 องศาเซลเซียส ความเค็ม 28.9–29.0 PSU และปริมาณออกซิเจนละลายน้ำ (Dissolved Oxygen: DO) อยู่ในช่วง 3.40–3.50 มิลลิกรัม/ลิตร โดยภาพรวมคุณภาพน้ำทะเลยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลประเภทที่ 1 เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ตามประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2564
ขณะที่ค่าปริมาณออกซิเจนละลายน้ำที่ตรวจพบอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการเพิ่มจำนวนอย่างหนาแน่นของแพลงก์ตอนพืช ส่งผลให้มีการใช้ออกซิเจนในน้ำเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืนที่ไม่มีการสังเคราะห์แสง และในระหว่างกระบวนการย่อยสลายของแพลงก์ตอน ทำให้ปริมาณออกซิเจนละลายน้ำลดลง จนอาจส่งผลให้สัตว์น้ำบางชนิดเกิดภาวะขาดออกซิเจนและตายได้ แม้ว่าจะไม่พบแพลงก์ตอนพืชชนิดที่สร้างสารชีวพิษก็ตาม
ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยด้านสุขภาพ ขอแนะนำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวหนังบอบบางหรือมีประวัติอาการแพ้ง่าย หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำทะเลโดยตรงในบริเวณดังกล่าว