ฟีฟ่า กลับคำตัดสินให้ “โฟลาริน บาโลกัน” กองหน้าสหรัฐฯ ที่โดนใบแดง ลงสนามนัดพบ เบลเยียม ได้

ฟีฟ่า กลับคำตัดสินให้ “โฟลาริน บาโลกัน” กองหน้าสหรัฐฯ ที่โดนใบแดง ลงสนามนัดพบ เบลเยียม ได้

View icon 78
วันที่ 6 ก.ค. 2569 | 09.08 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ฟีฟ่า กลับคำตัดสินให้ “โฟลาริน บาโลกัน” กองหน้าทีมชาติสหรัฐฯ มีสิทธิ์ลงสนามในเกมรอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดพบกับ ทีมชาติเบลเยียม ได้ เปลี่ยนจากโทษแบน 1 นัด เป็นโทษแบนแบบรอลงอาญาเป็นระยะเวลาทัณฑ์บน 1 ปี ถึงขั้นลือกันว่า  “โดนัลด์ ทรัมป์” เป็นคนโทรศัพท์คุยกับประธานฟีฟ่า เพื่อขอให้ทบทวนและกลับคำตัดสิน

ด้าน ส.บอลเบลเยียม ถึงกับงง ออกแถลงการณ์ยืนยันจะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องสิทธิอันชอบธรรมของทุกทีมที่เข้าร่วมการแข่งขัน รวมถึงรักษาหลักการของความยุติธรรมและแฟร์เพลย์

วันนี้ (6 ก.ค. 69) จากเหตุการณ์ที่ “โฟลาริน บาโลกัน” กองหน้าทีมชาติสหรัฐอเมริกา ลงแข่งขันในแมตช์ที่ทีมชาติสหรัฐฯ พบกับ ทีมชาติบอสเนียฯ ในรอบ 32 ทีมสุดท้าย ในศึกฟุตบอลโลก 2026 โดยทีมเจ้าภาพเอาชนะไปได้ 2-0 ประตู ซึ่ง “บาโลกัน” สามารถทำประตูได้ด้วย แต่ในครึ่งหลังเจ้าตัวหลับถูกใบแดงไล่ออกจากสนาม จากจังหวะที่เข้าไปปะทะโดยใช้เท้าเหยียบไปที่ข้อเท้าของ “ทาลิค มูฮาเรโมวิช” กองหลังทีมชาติบอสเนียฯ การได้รับใบแดงดังกล่าว จะส่งผลให้เจ้าตัวติดโทษห้ามลงนัดต่อไปซึ่งจะพบกับทีมชาติเบลเยียม ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย

แต่ ล่าสุด ทางสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า (FIFA) ได้ตัดสินใจประกาศใช้มาตรา 27 ของระเบียบวินัย โดยระบุว่า การบังคับใช้โทษแบนดังกล่าวจะถูกระงับไว้เป็นระยะเวลาทัณฑ์บน 1 ปี หาก “โฟลาริน บาโลกัน” กระทำความผิดในลักษณะเดียวกันภายในระยะเวลานี้ โทษแบนจะถูกนำกลับมาบังคับใช้ทันที นั้นจะทำให้ “บาโลกัน” ลงเล่นในนัดที่พบกับทีมชาติเบลเยียม ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายได้แล้ว

หลังจากนั้นทางประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม ทรูธ โซเชียล ว่า “ขอบคุณ FIFA ที่ทำในสิ่งที่ถูกต้อง และกลับคำตัดสินที่ไม่เป็นธรรมครั้งใหญ่นี้” ขณะที่ทำเนียบขาวร่วมยินดีกับการที่ “บาโลกัน” ได้กลับมาติดทีมอีกครั้งด้วยการโพสต์ข้อความผ่าน X ว่า "USA-USA-USA”

ทางสำนักข่าวรอยเตอร์เผยว่า แหล่งข่าวที่รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการสนทนาระบุว่า “โดนัลด์ ทรัมป์” ได้โทรศัพท์ไปหา “จานนี อินฟานติโน” ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ เพื่อขอให้ทบทวนกรณีการไล่ “บาโลกัน” ออกจากสนามดังกล่าว

ด้านสมาคมฟุตบอลแห่งเบลเยียม (RBFA) แสดงความประหลาดใจต่อการตัดสินใจของฟีฟ่าที่อนุญาตให้ “บาโลกัน” ลงเล่นในนัดดังกล่าวได้ โดยทางสมาคมฯ ระบุว่า ฟีฟ่าอ้างอิงข้อบังคับมาตรา 27 ของระเบียบวินัย ซึ่งเปิดโอกาสให้คณะกรรมการวินัยสามารถสั่ง "พักการบังคับใช้บทลงโทษ" ที่เคยมีคำสั่งไว้ก่อนหน้านี้ได้ อย่างไรก็ตาม สมาคมฟุตบอลเบลเยียมยืนยันว่า ข้อบังคับมาตรา 66.4 ของระเบียบฉบับเดียวกัน ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า นักเตะที่ได้รับใบแดงจะต้องถูกแบนโดยอัตโนมัติในเกมถัดไป ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับที่ใช้กับใบแดงทุกใบตลอดการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้

นอกจากนี้ การตัดสินใจของฟีฟ่ายังขัดต่อข้อ 10.5 ของระเบียบการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ที่ระบุว่า ผู้เล่นหรือเจ้าหน้าที่ทีมที่ถูกไล่ออกจากสนาม ไม่ว่าจะเป็นใบแดงโดยตรงหรือใบแดงจากการสะสมใบเหลือง จะถูกแบนโดยอัตโนมัติในนัดถัดไป และอาจได้รับบทลงโทษเพิ่มเติมหากเห็นสมควร และหลักการดังกล่าวได้รับการยืนยันซ้ำผ่านหนังสือเวียนของฟีฟ่า หมายเลข 16 ซึ่งส่งถึงทุกชาติที่เข้าร่วมการแข่งขันตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคม 2026 รวมถึงมีการย้ำในทุกการประชุมก่อนการแข่งขันและเอกสารประกอบการอบรมของฟุตบอลโลกครั้งนี้ สุดท้ายนี้ สมาคมฯ ยืนยันว่า เพื่อปกป้องสิทธิอันชอบธรรมของทุกทีมที่เข้าร่วมการแข่งขัน รวมถึงรักษาหลักการของความยุติธรรมและแฟร์เพลย์ พวกเขากำลังพิจารณาทางเลือกทุกช่องทางที่สามารถดำเนินการได้

ทั้งนี้ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ โดย “คริสเตียโน โรนัลโด้” กัปตันทีมชาติโปรตุเกส สามารถลงเล่นในนัดเปิดสนามฟุตบอลโลก 2026 ได้ หลังจากฟีฟ่าระงับโทษแบน 2 นัดสุดท้ายจากโทษแบนรวม 3 นัด ที่เขาได้รับเมื่อปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการถูกไล่ออกจากสนามในนัดรองสุดท้ายของการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก 2026 ที่ โปรตุเกส พบกับ ไอร์แลนด์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง