ห้องข่าวภาคเที่ยง - ไทยตอนบนยังได้รับอิทธิพลทางอ้อมจากพายุไมสัก ล่าสุด พายุลูกนี้อ่อนกำลังลงแล้ว แต่ยังส่งผลกระทบในบางพื้นที่
ชาวบ้านในพื้นที่ ตำบลสะกาด อำเภอสังขระ จังหวัดสุรินทร์ รายงานว่า ช่วงเย็นวานนี้มีฝนตกลงมาอย่างหนัก และมีลมแรง เห็นได้จากกิ่งไม่ปลิวไปตามแรงลม
ส่วนที่ บ้านโพนแดงใหญ่ อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ชาวบ้านบอกว่า "สิ่งที่ไม่อยากเจอ สุดท้ายเราก็ต้องเจอ แต่เดี๋ยวมันก็ผ่านไป" โดยเป็นคลิปน้ำท่วมในหมู่บ้าน ระดับน้ำบางจุดสูงถึงหัวเขา ทำเอาชาวบ้านอยู่กันอย่างยากลำบาก
ทั้งหมดนี้ เป็นเพราะอิทธิพลทางอ้อมของพายุไมสัก ล่าสุด กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนพายุไมสัก ฉบับสุดท้าย ระบุว่า พายุได้อ่อนกำลังเป็นพายุดีเปรสชันแล้ว และคาดว่าจะสลายตัวบริเวณตอนใต้ของจีนในระยะต่อไป
แต่ยังส่งผลให้ภาคเหนือ และภาคอีสานตอนบน มีฝนตกหนักบางแห่ง ขณะที่ภาคกลางและภาคตะวันออกยังมีฝนตกต่อเนื่อง
วันนี้ (6 ก.ค.) ขอให้เฝ้าระวังในพื้นที่สีส้ม และพื้นที่สีแดง โดยพื้นที่ตกหนักมาก ในกรอบสีแดง มีที่ แม่ฮ่องสอน น่าน ตาก หนองคาย อุดรธานี บึงกาฬ สกลนคร และ นครพนม
ส่วนตกหนัก ในกรอบสีส้ม ให้ระวังที่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง พะเยา แพร่ สุโขทัย กำแพงเพชร พิจิตร อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ เลย มุกดาหาร กาญจนบุรี ราชบุรี และภาคตะวันออกทุกจังหวัด
แต่ที่น่าจับตามองหลังจากนี้ นี่คือ "ซุปเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่" ความเร็วลมเฉลี่ยใกล้จุดศูนย์กลางมากถึง 287กิโลเมตร/ชั่วโมง และมีความเร็วลมกระโชกมากถึง 352กิโลเมตร/ชั่วโมง รายงานล่าสุด ขึ้นพัดถล่มเกาะกวม ที่อยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกแล้ว
โดยเส้นทางพายุ จะเคลื่อนเข้าใจกลางไต้หวันตอนบน โดยคาดว่าศูนย์กลางจะเคลื่อนผ่านเมืองไทเป ช่วงวันที่ 11 กรกฎาคมนี้ อาจเกิดคลื่นทะเลซัดชายฝั่งสูงถึง 13-14 เมตร เทียบเท่าตึก 4-5 ชั้น
ขอให้คนไทยที่อยู่ไต้หวัน โดยเฉพาะเมืองไทเป ติดตามข่าวสารทางด้านสภาพอย่างใกล้ชิด ในช่วงกลางสัปดาห์หน้านี้
ส่วนในบ้านเรา "ซุปเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่" จะเป็นตัวดึงความชื้นในประเทศไทยตอนกลาง ยาวตั้งแต่วันที่ 7-11 กรกฎาคมนี้ ทำให้พื้นที่ดังกล่าวฝนลด และมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน คาดการณ์อุณหภูมิบริเวณภาคกลาง ภาคอีสาน อาจจะมีทะลุ 36-37 องศาเซลเซียส อีกครั้ง