ล่ามือปืนรัวยิง 15 นัด ผู้กว้างขวาง อ.ท่าแซะ

View icon 7
วันที่ 7 ก.ค. 2569 | 11.22 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - ตำรวจเร่งล่าคนร้ายที่ก่อเหตุรัวยิง 15 นัด เจ้าของร้านกาแฟ และยังเป็นผู้ก่อตั้งวิสาหกิจท่องเที่ยวชุมชนวิถีเกษตร จังหวัดชุมพร เสียชีวิต กล้องวงจรปิดจับภาพช่วงเกิดเหตุ

วงจรปิดบ้านข้างเคียงที่เกิดเหตุ จับภาพและเสียงปืนคนร้ายบุกเข้าไปกระหน่ำยิงนายทนงศักดิ์ อายุ 51 ปี ​หรือ "ชายเก๋" เจ้าร้านกาแฟชื่อดังในพื้นที่ และผู้ก่อตั้งวิสาหกิจท่องเที่ยวชุมชนวิถีเกษตรบ้านพันวาล อย่างอุกอาจ จำนวน 15 นัด จนเสียชีวิต บริเวณหน้าสำนักสงฆ์หินเข้ ตำบลรับร่อ อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร คืนวันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา

พยานระบุว่า ก่อนเกิดเหตุ นายทนงศักดิ์ ซึ่งเปิดร้านกาแฟอยู่ริมถนนปากทางเข้าวัด เดินไปพูดคุยกันพระสงฆ์และคนงานที่กำลังจัดเตรียมวางเต้นท์จำหน่ายสินค้าในงานเทศกาลทุเรียน ระหว่างวันที่ 10-20 กรกฎาคมนี้ ที่ทางสำนักสงฆ์หินเข้จัดขึ้น

คนร้ายใส่ชุดดำ สวมหมวกและใส่แมสปิดบังอำพรางใบหน้า รูปร่างล่ำท้วมสูงประมาณ 165 ซม. อายุประมาณ 40-45 ปี ได้ขี่รถจักรยานยนต์ไม่ทราบสี และทะเบียน มาจอดใกล้ ๆ และเดินไปหานายทนงศักดิ์ แล้วชักอาวุธปืนขนาด 9 มม. ออกมายิงรัวใส่แบบไม่ยั้ง จำนวน 15 นัด จนหมดแม็กกาซีน

ขณะที่นายทนงศักดิ์ พยายามวิ่งหลบกระสุน แต่กระสุนพุ่งเข้าลำตัว 4 นัด ล้มฟุบลงกับพื้นถนนคอนกรีต จากนั้นมือปืนได้วิ่งไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่ติดเครื่องอยู่ขี่หลบหนีออกไปอย่างรวดเร็ว

ล่าสุดชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 8 พร้อมด้วยชุดสืบสวนจังหวัดชุมพร และชุดสืบสวน สภ.ท่าแซะ ระดมกำลังออกไล่ล่าคนร้าย ติดตามทั้งกล้องวงจรปิดทั้งช่วงก่อนก่อเหตุและหลังก่อเหตุ เพื่อหาเบาะแส จนไปพบว่าคนร้ายรายนี้ลงมือเพียงคนเดียว ใช้รถจักรยานยนต์สีน้ำเงิน ขี่หลบหนีไปทางสามแยกโป่งเงาะ หมู่ 17 ตำบลรับร่อ

เบื้องต้น ตำรวจได้มีการบีบประเด็นสังหารให้แคบลง โดยตั้งประเด็นหลัก และให้น้ำหนักไปที่ 2 เรื่องสำคัญ คือ ​เรื่องชู้สาว ซึ่งเป็นปัญหาเดิมที่ผู้ตายเคยมีความขัดแย้งอยู่เมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา

อีกประเด็นเรื่องขัดแย้งส่วนตัวหรือธุรกิจ ทั้งเรื่องธุรกิจร้านกาแฟ การท่องเที่ยวชุมชน และการจัดงานเทศกาลทุเรียน

ตำรวจอยู่ระหว่างสอบปากคำญาติใกล้ชิด และชาวบ้าน พระสงฆ์ที่อยู่ในที่เกิดเหตุ เพื่อระบุตัวตนของผู้ก่อเหตุ แต่สิ่งที่ตำรวจห่วงมากที่สุดคือ พื้นที่เกิดเหตุอยู่ใกล้กับบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา เจ้าหน้าที่จึงเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังเพื่อป้องกันไม่ให้คนร้ายหลบหนีออกนอกประเทศ และมั่นใจว่าจะสามารถออกหมายจับและควบคุมตัวผู้ก่อเหตุได้ในเร็ว ๆ นี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง