พล.อ.อ. ประภาส ขอกัมพูชาจริงใจในการเจรจา อย่าปั้นข้อมูลฝ่ายเดียว

พล.อ.อ. ประภาส ขอกัมพูชาจริงใจในการเจรจา อย่าปั้นข้อมูลฝ่ายเดียว

View icon 28
วันที่ 7 ก.ค. 2569 | 11.36 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
พล.อ.อ. ประภาส ขอกัมพูชาจริงใจในการเจรจา อย่าปั้นข้อมูลฝ่ายเดียว เรื่องเส้นแบ่งเขตแดน ต้องอยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริง อย่านำประชาชนมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง

วันนี้ (7 ก.ค.69) พลอาากาศเอก ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (JIC) ชี้แจงกรณีที่กัมพูชาบรรยายสรุปต่อคณะทูตจาก 42 ประเทศ และองค์กรระหว่างประเทศเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

โดยยืนยันว่าประเทศไทยปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าฝ่ายไทยดำเนินกิจกรรมผิดกฎหมายและยึดครองพื้นที่ของกัมพูชา แต่ประเทศไทยดำเนินการเพื่อรักษาความปลอดภัยของประชาชน ความมั่นคง และอธิปไตยของประเทศ ภายใต้กรอบกฎหมายและข้อตกลงที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด

ประเทศไทยไม่ยอมรับการกำหนดหรือกล่าวอ้างแนวเขตแดนโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เนื่องจากการกำหนดเขตแดนจะต้องพิจารณาจากเอกสาร หลักฐาน และข้อตกลงที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ผ่านกลไกที่ทั้ง 2 ประเทศ ได้ตกลงร่วมกัน โดยเห็นว่าการนำเสนอข้อมูลต่อประชาคมระหว่างประเทศ ไม่อาจใช้แทนกระบวนการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนระหว่าง 2 ประเทศ ได้และไทยไม่เคยปฏิเสธการเจรจาผ่านทวิภาคี แต่การเจรจาจะเกิดผลได้ต้องอยู่บนพื้นฐานของความไว้วางใจและความจริงใจของทั้งสองฝ่าย

อย่างไรก็ตาม การที่กัมพูชาเชิญนักการทูตและองค์กรระหว่างประเทศเข้ารับฟังการบรรยายสรุป  ก็เป็นสิทธิแต่ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนควรตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้ ไม่ควรใช้ข้อมูลหรือข้อกล่าวหาจากฝ่ายเดียวมาแทนกระบวนการหารือผ่านกลไกที่ทั้งสองประเทศมีอยู่ และประเทศไทยพร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงต่อประชาคมระหว่างประเทศอย่างโปร่งใสและต่อเนื่อง โดยเชื่อว่าประชาคมระหว่างประเทศให้ความสำคัญกับข้อเท็จจริง หลักฐาน และการดำเนินการอย่างรับผิดชอบมากกว่าข้อกล่าวหาจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และไทยจะใช้ช่องทางการทูตและการสื่อสารที่เหมาะสมเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง และบอกด้วยว่า ไทยได้ดำเนินการตามถ้อยแถลงร่วม 27 ธันวาคมอย่างจริงจังมาโดยตลอด กัมพูชา ไม่ควรมีการกล่าวหา โดยปราศจากกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกัน

ส่วนกรณีที่กัมพูชาระบุว่ามีประชาชนกว่า 20,000 คน ยังไม่สามารถกลับภูมิลำเนาได้จากผลกระทบของสถานการณ์ชายแดน พลอากาศเอก ประภาส บอกว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญกับผลกระทบด้านมนุษยธรรมต่อประชาชนทั้ง 2 ประเทศ แต่ตัวเลข สาเหตุ และข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องควรได้รับการตรวจสอบอย่างรอบด้าน และไม่ควรนำความเดือดร้อนของประชาชนมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง

สำหรับบทบาทของผู้สังเกตการณ์อาเซียน ไทยยืนยันว่าให้การสนับสนุนบทบาทที่สร้างสรรค์ของอาเซียนในการช่วยลดความตึงเครียดและเสริมสร้างความไว้วางใจระหว่างสองประเทศ โดยการดำเนินงานของคณะผู้สังเกตการณ์ควรมีความเป็นกลาง โปร่งใส และเป็นไปตามกรอบที่ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง