ใครไหวไปก่อนเลย ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก สัญจรฝ่าโคลนตม โครงการถนนเลียบน้ำโขงนาคาวิถี วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไข บรรเทาความลำบาก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กจำนวนได้โพสต์คลิปวิดีโอและภาพถ่ายถนนเลียบแม่น้ำโขง ช่วง ต.น้ำก่ำ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม หลังจากเจอพายุโซนร้อนไมสักตกกระหน่ำ ก็กลายสภาพเละเป็นโคลนตม รถติดหล่มระนาว พร้อมคำบรรยายถึงความเดือดร้อน ว่า “สัญจรไปมาลำบาก ไม่ผิดที่เขาจะแสดงความคิดเห็นผ่านสื่อ เพื่อที่เขาอยากจะได้รับการแก้ไข” หรือ “ไปต่อหรือพอแค่นี้....สะพานน้ำก่ำ” ฯลฯ
สำหรับซึ่งถนนสายดังกล่าวอยู่ในความดูแลของกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม เป็นการก่อสร้างในชื่อโครงการนาคาวิถี เริ่มตั้งแต่สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 จ.มุกดาหาร ถึง วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม รวมระยะทาง 43 กิโลเมตรเศษ เริ่มสัญญาวันที่ 1 ต.ค. 67 สิ้นสุดวันที่ 19 มี.ค. 70 รวมระยะเวลา 900 วัน ในวงเงินก่อสร้าง 614 ล้านบาทเศษ
โดยประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนในเส้นทางสายธาตุพนม-น้ำก่ำ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ขณะนี้กำลังประสบปัญหาความเดือดร้อนอย่างหนัก จากโครงการก่อสร้างถนน ส่งผลกระทบต่อการสัญจรไปมาอย่างยากลำบาก เนื่องจากสภาพถนนในปัจจุบันเต็มไปด้วยดินโคลตลอดเส้นทาง ยิ่งช่วงนี้มีฝนตกชุก ทำให้ถนนเละและลื่นไถลได้ง่าย ส่งผลให้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่พยายามสัญจรผ่านติดหล่มกันระนาว หลายคนไม่สามารถเดินทางได้สะดวก อย่างที่ปรากฏภาพความเสียหาย จึงทำให้มีประชาชนโพสต์เฟซบุ๊กจำนวนมาก เพื่อสื้อนถึงความเดือดร้อนในการใช้ถนนเส้นนี้ ขณะเดียวกันนอกจากความยากลำบากในการเดินทางแล้ว ผู้ประกอบการร้านค้าในละแวกดังกล่าวต่างได้รับผลกระทบทางธุรกิจอย่างรุนแรง เนื่องจากสภาพถนนที่ไม่เอื้ออำนวยทำให้ลูกค้าไม่สามารถเข้าถึงบริการ หรือเดินทางมาใช้บริการได้สะดวก
นายวุฒิชัย อายุ 41 ปี ชาวบ้าน ต.น้ำก่ำ เปิดเผยว่า การสัญจรช่วงนี้เป็นหน้าฝนจะลำบาก คนจะเทียวไปเทียวมาตลอด แต่เป็นดินโคลนเละ ทำให้รถลื่นไถลอันตรายมาก ทุกวันนี้ต้องหันไปใช้เส้นชลประทานที่ต้องอ้อมไกลเพิ่มอีกประมาณ 5-6 กิโลเมตร ถึงจะเข้าตัว อ.ธาตุพนม แต่เส้นนี้เป็นทางลัดจากบ้านน้ำก่ำสู่ตัวอำเภอ จึงมีคนสัญจรไปมาเยอะ
อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านในพื้นที่ ต.น้ำก่ำ ขอวิงวอนผ่านสื่อไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ ให้ช่วยลงพื้นที่ตรวจสอบถนนนาคาวิถีสายใหม่ ช่วง อ.ธาตุพนม–น้ำก่ำ และเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และคืนความปลอดภัยในการสัญจรให้กับพี่น้องประชาชนโดยเร็วที่สุด เนื่องจากประสบปัญหาเมื่อเกิดฝนตกหนัก ทำให้มีโคลนและดินไหลลงบนผิวถนน ส่งผลให้ประชาชนสัญจรด้วยความยากลำบาก และเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ