ทหารไทยพร้อมตอบโต้ หากมีลูกระเบิดตกฝั่งไทย ปะทะหนักชายแดนแม่สอด ชาวบ้านฝั่งไทยอพยพเด็ก-คนแก่ออกนอกพื้นที่ ห้ามสัญจรถนนเลียบแนวแม่น้ำเมยเด็ดขาด นักเรียนต้องเรียนหลังบังเกอร์ที่สร้างยังไม่เสร็จ
วันนี้ (8 ก.ค. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา สถานการณ์ความตรึงเครียดสงครามแย่งชิงพื้นที่สำคัญเกิดขึ้นอีกครั้งที่แนวชายแดนไทย-เมียนมา และรอบนี้ยิงปะทะหนักติดริมแม่น้ำเมย โดยกองทัพทหารเมียนมา กองพล.ร.เบา 22 และทหารจากฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลเมียนมาจำนวนหลายร้อยนาย พร้อมตั้งเครื่องยิงอาวุธหนักและอาวุธสงครามประจำกาย ได้เคลื่อนกำลังพลเข้าปิดล้อมรอบทางเข้าออกพื้นที่หมู่บ้านผาลู และบ้านมินละป่าน อ.เมียวดี จ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา ฝั่งตรงข้ามฝั่งประเทศไทย หมู่บ้านแม่โกนเกน หมูที่ 1 หมู่ที่ 2 และหมู่ที่ 9 ต.มหาวัน อ.แม่สอด จ.ตาก
โดยการปะทะรอบนี้เป็นครั้งใหญ่มากอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากทหารเมียนมาประกาศจะเข้ายึดพื้นที่สำคัญคืนจากฝ่ายต่อต้านที่ยึดพื้นที่หมู่บ้านมินละป่านไว้นานนับปี ซึ่งทหารเมียนมาเปิดฉากด้วยการระดมยิงอาวุธหนักจำนวนมากเข้าถล่มแนวบังเกอร์ซึ่งสร้างอย่างแน่นหนา เป็นจุดหลบซ่อนตัวของทหารฝ่ายต่อต้าน มีเสียงระเบิดดังสนั่นแนวชายแดน จากนั้นทหารทั้งสองฝ่ายระดมยิงปืนกลหนักและอาวุธประจำกายยิงตอบโต้กันไปมานานหลายชั่วโมง ส่วนน่านฟ้าเหนือพื้นที่การสู้รบนั้นตรวจพบโดรนพลีชีพของทหารเมียนมาหลายลำบินโจมตีทางอากาศซ้ำหลายรอบ ขณะที่ทหารฝ่ายต่อต้านซึ่งเป็นฝ่ายตั้งรับก็ใช้โดรนติดลูกระเบิดหลายลูกบินทิ้งระเบิดถล่มฝ่ายทหารเมียนมาเป็นการตอบโต้ทางอากาศแบบต่อตาฟันต่อฟัน
ขณะที่การสู้รบทวีความรุนแรงมากขึ้น ทหารทั้งสองฝ่ายต่างเสริมกำลังเข้าประชิดแนวหน้าท่ามกลางฝนตก ทำให้มีลูกระเบิดตกใกล้แนวชายแดนไทยมากขึ้น แรงระเบิดทำให้บ้านเรือนฝั่งไทยสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ผู้ใหญ่บ้านหลายหมู่บ้านได้ประกาศเสียงตามสายแจ้งเตือนชาวบ้านทุกครอบครัว ให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ และห้ามเดินทางไปบนถนนเลียบแนวแม่น้ำเมยอย่างเด็ดขาด เพื่อป้องกันอันตราย จนถนนในหมู่บ้านแทบร้าง
สำหรับพื้นที่ได้รับผลกระทบและน่าเป็นห่วงอีกแห่งคือที่โรงเรียนบ้านแม่โกนเกน หมู่ที่ 9 บ้านห้วยมหาวงศ์ ต.มหาวัน อ.แม่สอด จ.ตาก ซึ่งโรงเรียนตั้งอยู่ตรงข้ามพื้นที่ปะทะ โดยเช้าวันนี้นักเรียนและครูต้องเรียนหนังสือใต้แนวบังเกอร์กระสอบทรายที่ยังสร้างไม่เสร็จ และผู้ปกครองหลายคนที่ไม่มั่นใจในสถานการณ์ต่างรีบมารับบุตรหลานกลับบ้านทันที ซึ่งโรงเรียนต้องประเมินสถานการณ์แบบรายชั่วโมง
อย่างไรก็ตาม ทหาร ฉก.ราชมนู ร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอแม่สอด ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 346 และกองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอแม่สอดที่ 3 พร้อมอาวุธครบมือเข้าไปตรึงกำลังตรงตะเข็บชายแดน อ.แม่สอด และออกลาดตระเวนบนถนนเลียบแนวแม่น้ำเมยอยู่ตลอดเวลา
ล่าสุดทหารเมียนมาและทหารฝ่ายต่อต้านยังคงใช้อาวุธหนักและอาวุธปืนประจำกายยิงตอบโต้กันไปมาตลอดเวลา ทำให้ชาวบ้านฝั่งไทยบ้านแม่โกนเกนหลายครอบครัวได้อพยพนำเด็กเล็กและผู้สูงอายุออกจากหมู่บ้าน เข้าไปหลบภัยอยู่ในบ้านญาติในหมู่บ้านอื่นแล้วเพื่อความปลอดภัย ท่ามกลางการตรึงกำลังฝั่งไทยของทหารอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง และพร้อมยิงเตือนตอบโต้ทันทีหากมีลูกระเบิดข้ามมาตกฝั่งประเทศไทย จากมาตรการตอบโต้จากเบาไปหาหนัก