ชายแดนไทย-กัมพูชา ตึงเครียดต่อเนื่อง จ.สุรินทร์

View icon 28
วันที่ 8 ก.ค. 2569 | 11.06 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - แม้จะมีความพยายามเข้าขัดขวางจากฝั่งกัมพูชา แต่การก่อสร้างถนนยุทธศาสตร์เลียบชายแดนของไทย ใน จังหวัดสุรินทร์ ยังคงเดินหน้าต่อไป

การบุกเบิกเส้นทางเดินรถจากช่องดาระกา ไปยังพื้นที่พนมเบง ใน อำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์ โดยคณะลูกศิษย์ของหลวงตาเยื้อน ขันติพโล เจ้าอาวาสวัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร

ล่าสุด สามารถดำเนินการก่อสร้างถนน ทะลุถึงพื้นที่ช่องกระโดน อำเภอสังขะ ได้แล้ว รวมระยะทางกว่า 20 กิโลเมตร และอยู่ระหว่างเร่งเชื่อมต่อไปยังช่องจอม อำเภอกาบเชิง เป็นถนนเลียบชายแดนที่ทุก ๆ คนร่วมสร้าง

เพจ รักษ์เขาศาลา เผยคลิปทีมก่อสร้าง โดยมีพระลูกวัด ระบุว่า ฝั่งกัมพูชาเคยเข้ามาทักท้วง อ้างว่าการก่อสร้างล้ำเข้าไปในเขตแดนประมาณ 100 เมตร จึงเรียกร้องให้เราถอยออกไปอีก 200 เมตร แต่ฝ่ายไทยยืนยันว่า พื้นที่ดังกล่าวยังอยู่ในอธิปไตยไทย โดยมีหลักฐานเป็นบังเกอร์และแนวคูเลตเก่าของทหารไทยที่ยังปรากฏชัดตามแนวหน้าผา

นอกจากนี้ ยังมีอีกคลิปที่แสดงให้เห็นทหารกัมพูชาหลายนาย พร้อมอาวุธครบมือ เข้าไปสอดแนมเครื่องจักรของฝ่ายไทย ที่กำลังดำเนินการขุดแนวเขตบริเวณใต้ช่องปลิง ใกล้หลักเขตแดนที่ 14 ในพื้นที่ อำเภอกาบเชิง

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นบ่งบอกถึงความตึงเครียดตามแนวชายแดน กัมพูชายังคงประชิดชายแดนไทย เพื่อเก็บข้อมูลต่าง ๆ จากฝั่งเราอย่างใกล้ชิด ซึ่งฝ่ายไทยยังคงยืนยัน การปฏิบัติภารกิจภายใต้อธิปไตยของประเทศ ไม่ได้รุกล้ำกัมพูชา แต่ที่ผ่านมา มีแต่กัมพูชาเข้ามาเผชิญหน้ากับทหารไทย แล้วแสดงพฤติกรรม ยั่วยุ ด่าทอ ตามที่เราเคยเห็นในหลาย ๆ เหตุการณ์

ส่วนที่ บ้านเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ชาวสวนเร่งเก็บเกี่ยวทุเรียนภูเขาไฟ เพื่อนำออกขาย เพราะไม่วางใจสถานการณ์ความตึงเครียดที่ชายแดน

ชาวบ้านเผยว่า ระหว่างเก็บผลผลิตก็ทยอยซื้อท่อปูนและวัสดุ เพื่อซ่อมแซมหลุมหลบภัยไว้รองรับเหตุฉุกเฉิน หลังติดตามข่าวความตึงเครียดตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง และหวั่นว่าอาจเกิดเหตุปะทะหรือมีกระสุนหลงเข้ามาในพื้นที่เหมือนที่ผ่านมา

เจ้าของสวนทุเรียนรายหนึ่ง ระบุว่า สิ่งสำคัญคือการดูแลผู้สูงอายุและเด็กให้ปลอดภัย ส่วนวัยทำงานยังออกมาทำมาหากิน ขอเก็บเกี่ยวผลผลิตให้ทัน ไม่เช่นนั้นอาจกระทบรายรับ-รายจ่าย

ชาวบ้านหวังว่าทุกฝ่ายจะใช้ความอดทน เพื่อไม่ให้เกิดการเผชิญหน้า จนกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชน พร้อมย้ำว่า ชาวกันทรลักษ์ต้องการเพียงความสงบ เพื่อใช้ชีวิต และทำมาหากินได้ตามปกติ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง