เวลา 10.12 น. วันนี้ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปในกิจกรรมการแสดงเรือใบเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569 ณ เขื่อนรัชชประภา อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน, ปลัดกระทรวงพลังงาน, ผู้บัญชาการทหารเรือ นายกสมาคมกีฬาแข่งเรือใบแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, และผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับเสด็จ
จากนั้น ประทับเรือยนต์พระที่นั่ง จากท่าเรือไปยังจุดปล่อยตัว บริเวณหน้าทางเข้าประตูกุ้ยหลิน (เมืองไทย) เขื่อนรัชชประภา
ในการนี้ ทรงกดแตรลมปล่อยตัวนักกีฬาเรือใบเฉลิมพระเกียรติฯ จำนวน 68 ลำ แบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ประเภท Optimist เรือใบขนาดเล็ก เล่นคนเดียว อายุไม่เกิน 15 ปี, ประเภท ILCA 4 และ ILCA 6 เรือใบขนาดเล็ก เล่นคนเดียว สำหรับวัยรุ่นและผู้ใหญ่, และประเภท FarEast 28 เรือใบประเภททีม
โอกาสนี้ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงเรือใบประเภททีม Fareast 28 หมายเลขใบเรือ THA48 ร่วมกับนักแล่นใบอีก 6 คน ประกอบด้วย นางสาวนพเก้า พูนพัฒน์, เรือตรี ณัฐ บุตรมารศรี, จ่าเอก ธนัยนันท์ ปฏิพิพิธธน, จ่าเอกหญิง นิชาภา ไหวไว, จ่าเอก นาวี ธรรมสุนทร และนาง Marijke Angnes Van Wijingaarden ในจำนวนนี้มีนักกีฬาเรือใบทีมชาติไทยร่วมด้วย
โดยทรงทำหน้าที่ Skipper หรือ ผู้บังคับเรือ ทรงบังคับหางเสือเรือใบด้วยพระองค์เอง ซึ่งหางเสือเรือ มีความสำคัญอย่างยิ่งในการนำทางและควบคุมการเคลื่อนที่ของเรือ ทรงนำทักษะด้านการคำนวณทิศทางลมและน้ำมาปรับใช้ เพื่อบังคับหางเสือเรือให้ไปในทิศทางที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้ Skipper มีหน้าที่ควบคุมทิศทางและความเร็วของเรือ รักษาสมดุลของเรือให้เหมาะกับสภาพลมและคลื่น ต้องใช้ทักษะในการวางแผนและตัดสินใจ สามารถวิเคราะห์ทิศทางและความแรงของลม เพื่อเลือกมุมแล่นใบที่มีประสิทธิภาพสูงสุด มีทักษะในการประเมินสภาพอากาศและความเสี่ยงในการแล่นใบ ซึ่งต้องใช้ทักษะในการแก้ไขปัญหาและสถานการณ์เฉพาะหน้าได้ดี และยังเป็นผู้ประสานการทำงานของลูกเรือทุกคนให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
โดยเริ่มทรงเรือใบ บริเวณหน้าทางเข้าประตูกุ้ยหลิน (เมืองไทย) ซึ่งเป็นจุด START ไปยังบริเวณหน้าเขื่อนรัชชประภา ซึ่งเป็นจุด FINISH ระยะทาง 4 ไมล์
การแสดงเรือใบเฉลิมพระเกียรติฯ ในวันนี้ เป็นกิจกรรมส่วนหนึ่ง ที่กระทรวงพลังงาน ร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ., กองทัพเรือ, และสมาคมกีฬาแข่งเรือใบแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดขึ้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569
นอกจากนี้ ได้จัด "การแข่งขันเรือใบเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ชิงถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" ระหว่างวันที่ 6-7 กรกฎาคม 2569 และฝึกอบรม "โครงการเยาวชนไทยแล่นใบเป็น ใช้ชีวิตเป็น" ระหว่างวันที่ 4-7 กรกฎาคม 2569 เพื่อให้เยาวชนในพื้นที่เขื่อนฯ และบริเวณใกล้เคียง ได้แก่ อำเภอบ้านตาขุน อำเภอพนม และอำเภอคีรีรัฐนิคม รวม 240 คน เข้าร่วม เพื่อเรียนรู้และฝึกฝนกีฬาเรือใบ ควบคู่การพัฒนาทักษะชีวิต ทั้งด้านระเบียบวินัย ความรับผิดชอบ การทำงานเป็นทีม การตัดสินใจ และการแก้ไขปัญหา พร้อมต่อยอดสู่การพัฒนาเป็นนักกีฬาเรือใบระดับชาติและนานาชาติในอนาคต ซึ่งนักกีฬาเรือใบเยาวชนจากโครงการฯ นี้ ได้เข้าร่วมกิจกรรมการแสดงเรือใบเฉลิมพระเกียรติฯ ด้วย
โอกาสนี้ ขบวนเรือใบทั้ง 68 ลำ จัดขบวนเรือเป็นเส้นตรง ที่ด้านหน้าแนวสันเขื่อนและแปรขบวนเรือเป็นสัญลักษณ์ "อินฟินิตี้" มีความหมายขอให้ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ซึ่งมีประชาชนในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีและจังหวัดใกล้เคียง เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จอย่างเนืองแน่น
สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงสืบสานพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการส่งเสริมและพัฒนากีฬาเรือใบของไทย นอกจากนี้ พระปรีชาสามารถยังเป็นที่ประจักษ์ หลังทรงนำทัพนักกีฬาไทยคว้าเหรียญทองการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 33 ได้สำเร็จ จึงทรงเป็นแรงบันดาลใจแก่เด็กและเยาวชนให้หันมาเล่นกีฬาเรือใบมากขึ้น
เขื่อนรัชชประภา เป็นเขื่อนหินถมแกนดินเหนียว มีความจุอ่างเก็บน้ำประมาณ 5,639 ล้านลูกบาศก์เมตร สันเขื่อนมีความกว้าง 12 เมตร ยาว 761 เมตร และมีความสูงจากฐานราก 94 เมตร กักเก็บน้ำเพื่อการชลประทาน สนับสนุนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง บรรเทาปัญหาน้ำเค็มรุกล้ำ และเป็นแหล่งประมงน้ำจืดที่สำคัญ อีกทั้งมีทัศนียภาพงดงาม จนได้รับการขนานนามว่า "กุ้ยหลินเมืองไทย"
เวลา 16.13 น. เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรกิจกรรมภายในโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เขื่อนรัชชประภา ในการนี้ เสด็จเข้าห้องควบคุมการเดินเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้า ชั้น 4 ทอดพระเนตรอุปกรณ์ระบบควบคุม และเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้า
โดยติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาด 80 เมกะวัตต์ 3 เครื่อง มีกำลังผลิต รวม 240 เมกะวัตต์ ผลิตพลังงานไฟฟ้าเฉลี่ยปีละ 554 ล้านหน่วย เริ่มเดินเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเครื่องแรก เมื่อเดือนตุลาคม 2530 การส่งจ่ายพลังงานไฟฟ้าผ่านระบบสายส่งแรงดัน 230 กิโลโวลต์ 2 วงจร จากสถานีลานไกไฟฟ้าเขื่อนรัชชประภา ไปยังสถานีลานไกไฟฟ้าสุราษฎร์ธานี และส่งต่อไปยังสถานีไฟฟ้าแรงสูงต่าง ๆ เพื่อเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้าของภาคใต้ รวมถึงมีการส่งจ่ายแรงดัน 115 กิโลโวลต์ ให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในอำเภอบ้านตาขุน ทำให้ราษฎรในจังหวัดสุราษฎร์ธานีและใกล้เคียง มีไฟฟ้าใช้เพื่อดำรงชีวิตและประกอบอาชีพได้อย่างผาสุก
เวลา 16.41 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังอาคารพลับพลา เขื่อนรัชชประภา ทอดพระเนตรนิทรรศการชุด "48 พรรษา พระราชกรณียกิจเพื่อปวงชนชาวไทย แรงบันดาลใจแห่งชาติ" ที่ร้อยเรียงพระราชประวัติของสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี พระคู่บารมีองค์ราชัน, พระราชกรณียกิจที่ทรงปฏิบัติเคียงข้างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างต่อเนื่อง, และพระปรีชาสามารถด้านกีฬา ด้วยพระวิริยะอุตสาหะ ทรงเป็นแบบอย่างและแรงบันดาลใจแก่ประชาชน และเยาวชนไทย หันมาออกกำลังกาย และใส่ใจดูแลสุขภาพ
นิทรรศการ "เขื่อนรัชชประภา แสงสว่างแห่งราชอาณาจักร" นำเสนอประวัติของเขื่อนรัชชประภา เดิมชื่อ "เขื่อนเชี่ยวหลาน" เป็นเขื่อนอเนกประสงค์แห่งที่สองของภาคใต้ สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ 5 ธันวาคม 2530 และพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก พุทธศักราช 2531, และเพื่ออำนวยประโยชน์ด้านชลประทาน, การผลิตไฟฟ้า, บรรเทาอุทกภัย, และส่งเสริมอาชีพประมง เริ่มก่อสร้างเมื่อปี 2525 แล้วเสร็จในเดือนกันยายน 2530 โดยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานชื่อว่า "เขื่อนรัชชประภา" แปลว่า แสงสว่างแห่งราชอาณาจักร (Light of the Kingdom)
โอกาสนี้ ได้พระราชทานถ้วยรางวัล แก่ผู้ชนะการแข่งขันเรือใบเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประกอบด้วย ประเภท Optimist ชาย, Optimist หญิง, Optimist อายุต่ำกว่า 12 ปี, ILCA 4 , ILCA 6 และพระราชทานเหรียญที่ระลึกแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมการแสดงเรือใบเฉลิมพระเกียรติฯ 74 คน
และได้พระราชทานระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ เบอร์ 5 กำลังผลิต 50 กิโลวัตต์ และรถยนต์ไฟฟ้า 1 คัน แก่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งกระทรวงพลังงาน และ กฟผ. น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวาย เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และสนับสนุนการดำเนินงานด้านสาธารณสุข, พระราชทานชุดนักเรียนเบอร์ 5 จำนวน 3,200 ชุด แก่ผู้อำนวยการโรงเรียนในพื้นที่รอบเขื่อนรัชชประภา 12 โรงเรียน, และพระราชทานเข็มที่ระลึกแก่ผู้สนับสนุนการจัดงานกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ 30 คน
จากนั้น ทรงปลูกต้นเคี่ยม พันธุ์ไม้มงคลพระราชทานประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับ โดยตลอดสองข้างทางมีราษฎรจำนวนมาก รอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทส่งเสด็จ ด้วยความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้