เช้านี้ที่หมอชิต - หลังราคาน้ำมันลดลงลิตรละเกือบ 3 บาท ประชาชนหลายพื้นที่ แห่ไปเติมน้ำมันตั้งแต่เช้ายันบ่าย เพราะกลัวว่าราคาจะพุ่งขึ้นอีก ส่วนเจ้าของปั๊มฯ ที่สต็อกน้ำมันในคลัง เผยขาดทุนมากกว่าแสนบาท
บรรยากาศปั๊มน้ำมันในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ในช่วงสายของเมื่อวาน ยังคงมีประชาชนนำรถยนต์และจักรยานยนต์เข้ามาเติมน้ำมันอย่างต่อเนื่อง
พนักงานปั้มน้ำมัน บอกว่า ประชาชนเข้ามาเติมน้ำมันตั้งแต่เช้า ก่อนไปทำงาน โดยสองวันนี้ หลังราคาน้ำมันลดลง 2 บาท 50 สตางค์ มีผู้มาใช้บริการมากกว่าปกติ เพราะเกรงว่าราคาน้ำมันจะผันผวนขึ้นลงแบบไม่ทันตั้งตัวอีก จึงมาเติมไว้ก่อน
ที่ปั๊มน้ำมัน ตำบลคลองนครเนื่องเขต อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา พบมีรถยนต์ รถบรรทุก รถจักรยานยนต์ เข้ามาเติมน้ำมันตั้งแต่เช้าจนถึงบ่าย
ประชาชนที่มาเติมน้ำมัน บอกว่า รถของตนน้ำมันใกล้หมด พอทราบข่าวน้ำมันลดราคา รีบมาเติมทันที เพราะอยากลดภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัว และหากเป็นไปได้อยากให้ราคาลดลงกว่านี้
ด้านเจ้าของปั๊มน้ำมัน ยอมรับว่า การปรับลดราคาครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ เนื่องจากปั๊มน้ำมัน มีการสั่งซื้อน้ำมันเข้าสต็อกเป็นรายวัน และซื้อมาในราคาสูง แต่ต้องขายในราคาที่ลดลงถึง 2 บาท 50 สตางค์ต่อลิตร ปัจจุบันมีน้ำมันคงเหลือในสต็อก 50,000 ลิตร ขาดทุนกว่า 100,000 บาท
ส่วนเจ้าของร้านข้าวแกง ที่นครราชสีมา บอกว่า แม้ราคาน้ำมันจะลดลง แต่ร้านยังไม่สามารถปรับลดราคาขายได้ เพราะที่ผ่านมาต้นทุนต่าง ๆ ปรับตัวสูงขึ้น ทางร้านพยายามแบกรับภาระไว้เองโดยไม่ได้ปรับขึ้นราคา ซึ่งปัจจุบันร้านขายข้าวแกง 2 อย่าง ราคา 50 บาท ส่วนเมนูพิเศษราคา 60 บาท ยังให้ปริมาณอาหารที่คุ้มค่าและไม่เอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค
ลูกค้าที่มาใช้บริการ บอกว่า เข้าใจถึงต้นทุนของร้านข้าวแกง เพราะการประกอบอาหารมีค่าใช้จ่ายหลายด้าน ไม่ได้มีเพียงค่าน้ำมันเพียงอย่างเดียว หากต้องการให้ร้านลดราคา วัตถุดิบต่าง ๆ ที่ใช้ประกอบอาหารก็ควรปรับลดราคาลงก่อน