เช้านี้ที่หมอชิต - "กัญชา" ตามกฎหมายไทย ไม่ใช่ยาเสพติด แต่การลักลอบส่งออก ได้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศไทย เพราะหลายประเทศยังถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ล่าสุด พบชาวรัสเซีย ขนกัญชาไทยกว่า 17 กิโลกรัม เตรียมขึ้นเครื่องบินออกนอกประเทศ แต่ถูกสกัดจับไว้ได้ก่อน
เจ้าหน้าที่ศุลกากรสนามบินภูเก็ต สกัดจับชายชาวรัสเซีย พร้อมช่อดอกกัญชา และยางกัญชา ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเดินทาง 2 ใบ น้ำหนักรวมกว่า 17 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 9.5 ล้านบาท ขณะเตรียมขึ้นเครื่องบินไปยังคาซัคสถาน จึงแจ้งข้อหาลักลอบนำของออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากร
ยังมีกรณี ร้อยตำรวจเอกหญิง พร้อมเพื่อน ถูกทางการประเทศจีนจับกุม หลังพบรับหิ้วลูกเดือยซุกซ่อนกัญชา 30 กระป๋อง เมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา
พลตำรวจโท ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บอกว่า ร้อยตำรวจเอกหญิงถูกส่งตัวกลับไทย เพราะอัยการจีนสั่งไม่ฟ้อง เนื่องจากพิสูจน์ได้ว่าตกเป็นเหยื่อในขบวนการรับหิ้ว ล่าสุด ต้นสังกัดสั่งตั้งคณะกรรมการสอบวินัยและข้อเท็จจริง โดยอยู่ระหว่างขยายผลถึงที่มาของกัญชา
คดีลักษณะนี้สะท้อนให้เห็นว่า ขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติได้ปรับเปลี่ยนวิธีการ โดยอาศัยพฤติกรรมของผู้ใช้งานโซเชียลมีเดีย ติดต่อว่าจ้างผ่านเพจหรือบุคคลที่ไม่รู้จัก เพื่อหลอกให้รับขนสิ่งของผิดกฎหมาย
จากข้อมูลของกรมศุลกากร เดือนตุลาคม 2568 - พฤษภาคม 2569 ได้ตรวจยึดและจับกุมผู้ลักลอบส่งออกกัญชามากถึง 2,983 คดี น้ำหนักรวม 35,011 กิโลกรัม มูลค่ารวมกว่า 445 ล้านบาท และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จึงปรับเกณฑ์การลงโทษผู้ลักลอบส่งออกกัญชา ให้มีความเข้มงวดและเด็ดขาดยิ่งขึ้น
โดยกำหนดค่าปรับตามปริมาณกัญชาที่ตรวจยึดได้ในอัตรากิโลกรัมละ 30,000 บาท และให้ยกของกลางให้ตกเป็นของแผ่นดิน นอกจากนี้ได้เพิ่มเกณฑ์ลงโทษ กรณีสวมสิทธิถิ่นกำเนิดสินค้า ปรับเป็นเงิน 500,000 บาท และให้ระงับการใช้สิทธิประโยชน์ทุกประเภท โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 17 มิถุนายน ที่ผ่านมา
ด้าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย บอกว่า คนที่ลักลอบขนกัญชา คือคนที่ตั้งใจทำผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ต้องจับตัวและดำเนินคดี แต่หากเดินทางไปปลายทางแล้วถูกจับตัว ก็ต้องเป็นไปตามกรรมที่ได้ก่อไว้ เพราะสินค้าเหล่านี้เป็นสินค้าควบคุม ไม่สามารถนำเข้าหรือส่งออกได้อย่างเสรี
ที่ประชุม ครม.เงา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้พูดถึงปัญหาเรื่องกัญชา ว่าไทยกำลังกลายเป็นฮับส่งออกกัญชาของโลก และถูกมองจากรัฐบาลทั่วโลกว่าเป็นฐานปฏิบัติการให้กับแก๊งอาชญากรข้ามชาติ ผู้ค้ายาเสพติด จากที่มีการสกัดจับการขนยาเสพติด และกัญชาจากไทยไปประเทศปลายทางในหลายกรณี ส่วนผลกระทบที่เกิดขึ้นกับคนไทยโดยตรง หลังจากปลดล็อกกัญชา ในปี 2566 ตัวเลขผู้ป่วยจิตเวชจากการเสพกัญชา พุ่งขึ้นไปกว่า 20,000 คน หรือเพิ่มขึ้น 3 เท่าจากปี 2562 จำนวน 6,500 คน