แจ้งข้อหาชายคลั่งทำร้ายตำรวจ

View icon 6
วันที่ 9 ก.ค. 2569 | 06.10 น.
เช้านี้ที่หมอชิต
แชร์
เช้านี้ที่หมอชิต - เหตุการณ์ชายคลั่งไล่ทำร้ายชาวบ้านและตำรวจ 2 นายที่สระบุรี ล่าสุด ถูกรวบตัวแล้ว ตรวจปัสสาวะไม่พบสารเสพติด ถูกแจ้ง 3 ข้อหา 

คลิปตำรวจสายตรวจ พยายามเข้าควบคุมตัวชายเร่ร่อน หลังคลุ้มคลั่งไล่ทุบรถชาวบ้าน บริเวณหน้าร้านข้าวต้ม ริมถนนพิชัยณรงค์สงคราม เลียบคลองชลประทาน ทางไป อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี ปรากฏว่า ถูกชายคนดังกล่าว ใช้ท่อนเหล็กฟาดได้รับบาดเจ็บปากแตก 1 นาย และโดนฟาดที่โหนกแก้ม 1 นาย ก่อนหลบหนีไป ช่วง 21.00 น. ของวันที่ 6 กรกฎาคมที่ผ่านมา

รองผู้กำกับการฝ่ายป้องกันปราบปราม สภ.เมืองสระบุรี แจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวังชายคนดังกล่าว หากใครพบเห็นขอให้รีบแจ้งไปยัง 191 ได้ทันที

ต่อมาช่วงค่ำวันที่ 7 กรกฎาคม มีประชาชนอินบ็อกซ์เข้ามาในเพจของ สภ.เมืองสระบุรี แจ้งพบชายต้องสงสัยทำร้ายตำรวจ เดินอยู่ในพื้นที่ อำเภอหนองแซง จังหวัดสระบุรี

ชุดสืบสวนไปตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบเป็นผู้ก่อเหตุ จึงไล่ติดตามตัวจนพบ พักอาศัยอยู่ศาลาริมทาง

จึงได้ควบคุมตัว และสอบถามชื่อผู้ก่อเหตุจนทราบชื่อว่า นายบี อายุ 42 ปี ให้การวกไปวนมา พูดคุยไม่ค่อยจะรู้เรื่องจากการตรวจปัสสาวะไม่พบสารเสพติด

ผู้กำกับการ สภ.เมืองสระบุรี เปิดเผยว่า นายบีเคยก่อเหตุและมีประวัติถูกตำรวจควบคุมตัวมาหลายครั้งแล้ว มีอุปนิสัยที่เมื่อเวลาไปไหนมาไหนจะชอบเดินไป และไม่สวมเสื้อ สวมแต่กางเกง ซึ่งในบางครั้งพูดจารู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง มักก่อเหตุสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับประชาชนในพื้นที่เมืองสระบุรีอยู่หลายครั้ง แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่มีพฤติกรรมี่ก้าวร้าว ทำร้ายเจ้าหน้าที่ หรือทำร้ายประชาชนเหมือนครั้งนี้ ส่วนผู้ก่อเหตุจะป่วยจิตเวชหรือไม่นั้น ยังประเมินไม่ได้ ต้องให้ผู้เกี่ยวข้องเข้ามาประเมินอีกครั้ง

รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ได้เดินทางมาเยี่ยมและให้กำลังใจ ร้อยตำรวจตรี บุญเฉลี่ยว จาดไทย และ สิบตำรวจตรี ปรเมต ปะระทังที่ สภ.เมืองสระบุรี พร้อมสั่งให้ดูแลเรื่องสวัสดิการเยียวยากำลังพลที่ได้รับผลกระทบจากการทำงาน

นอกจากนี้ สั่งให้ถอดบทเรียนจากเหตุการณ์ดังกล่าว สรุปและเสนอแนวทางการปฏิบัติงานป้องกันต่าง ๆ เพื่อเป็นการป้องกันวางแผนในอนาคต

ส่วนผู้ก่อเหตุ ถูกแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน ในการปฏิบัติหน้าที่ โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยมีหรือใช้อาวุธ และทำให้ทรัพย์สินเสียหาย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง