ป.ป.ช.สกลนคร จี้ ผู้รับเหมาปรับแบบ สร้างท่อระบายน้ำคร่อมเสาไฟ ชี้ ตรงตามสัญญาก่อสร้าง แต่อาจเกิดน้ำท่วม

ป.ป.ช.สกลนคร จี้ ผู้รับเหมาปรับแบบ สร้างท่อระบายน้ำคร่อมเสาไฟ ชี้ ตรงตามสัญญาก่อสร้าง แต่อาจเกิดน้ำท่วม

View icon 44
วันที่ 9 ก.ค. 2569 | 17.17 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ป.ป.ช.สกลนคร จี้ ผู้รับเหมาปรับแบบ สร้างท่อระบายน้ำคร่อมเสาไฟ ชี้ ตรงตามสัญญาก่อสร้าง แต่อาจเกิดน้ำท่วม กำชับทำตามหลักวิศวกรรม ห้ามกระทบวงเงินก่อสร้าง

วันนี้ (9 ก.ค.69) น.ส.มญชุ์ญาณิศ พงศ์เพชรดิถ ผอ.สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสกลนคร มอบหมายให้ นายสัญญา แก่นจำปา เจ้าพนักงานป้องกันการทุจริตชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มงานป้องกันการทุจริต ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีสื่อสังคมออนไลน์ เผยแพร่ภาพการก่อสร้างท่อระบายน้ำคร่อมเสาไฟฟ้า ในโครงการจ้างเหมาฟื้นฟูทางหลวง หมายเลข 227 ถนนสายวาริชภูมิถึงพังโคน จังหวัดสกลนคร ซึ่งส่งผลให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า บริเวณดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการจ้างเหมาฟื้นฟูทางหลวง หมายเลข 227 ถนนสายวาริชภูมิถึงพังโคน ระหว่าง กม.160+000 - กม.160+900 งบประมาณก่อสร้างรวม 49,328,800 บาท อยู่ในความรับผิดชอบของแขวงทางหลวงสกลนครที่ 2 (สว่างแดนดิน) โดยโครงการดังกล่าวมีกำหนดสิ้นสุดสัญญาในวันที่ 16 ก.ค.69

นายมนตรี อินธุโสภณ รองผู้อำนวยการแขวงทางหลวงสกลนครที่ 2 (สว่างแดนดิน) ในฐานะผู้ควบคุมงาน ได้ชี้แจงว่า อุปสรรคสำคัญเกิดจากจุดดังกล่าวเป็นเสาไฟฟ้าแรงสูงของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งไม่สามารถย้ายออกได้ หากเลือกแนวทางก่อสร้างคลองระบายน้ำอ้อมไปทางฝั่งถนน จะส่งผลกระทบต่อผิวจราจร หรือหากอ้อมไปอีกฝั่งหนึ่ง จะทับแนวท่อเมนส่งน้ำของการประปาส่วนภูมิภาค ทางโครงการจึงจำเป็นต้องก่อสร้างคลองระบายน้ำผ่านกึ่งกลางของเสาไฟฟ้าตามที่ปรากฏ

สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสกลนคร มุ่งปกป้องผลประโยชน์สาธารณะและป้องปรามปัญหาที่อาจเกิดขึ้น แม้การดำเนินงานจะตรงตามรูปแบบสัญญาก่อสร้าง แต่การมีเสาไฟฟ้ากีดขวางในคลองระบายน้ำ อาจลดประสิทธิภาพการไหลของน้ำและก่อให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขัง สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนในอนาคต จึงได้ให้ข้อเสนอแนะให้ดำเนินการขยายคลองระบายน้ำบริเวณรอบเสาไฟฟ้าทั้งสองฝั่งเพิ่มขึ้น เพื่อเพิ่มช่องทางการระบายน้ำให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยเน้นย้ำว่าการปรับปรุงดังกล่าว ต้องอยู่ภายใต้กรอบวงเงินงบประมาณเดิม ไม่กระทบต่อวงเงินก่อสร้าง และต้องปฏิบัติตามหลักวิชาการทางวิศวกรรมอย่างเคร่งครัด เพื่อให้โครงการเกิดประโยชน์และมีความปลอดภัยต่อประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง