สนามข่าว 7 สี - เจ้าหน้าที่ติดตั้งเครื่องมือเฝ้าติดตามการเคลื่อนไหว อาคารพาณิชย์บริเวณวงเวียนใหญ่ 24 ชั่วโมง หลังเกิดน้ำรั่วในอุโมงค์รถไฟใต้ดิน พบถนนทรุด และอาคารแตกร้าวเคลื่อนตัว ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สั่งอพยพประชาชน-ปิดถนน เบื้องต้น 1 สัปดาห์
หลัง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เข้ารับตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. สมัย 2 ช่วงเย็น พร้อมด้วย นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุการณ์น้ำรั่วซึมภายในอุโมงค์ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ บริเวณถนนประชาธิปก รับฟังรายงานจากผู้ปฏิบัติงาน
จุดที่น้ำรั่วเป็นบ่อพักน้ำ จุดที่ต่ำที่สุดของโครงการ ส่งผลทำให้ดินรอบนอกทรุดตัวไหลเข้าสู่อุโมงค์ ส่งผลกระทบต่ออาคารข้างเคียงเกิดรอยร้าว เอียงตัว เพื่อความปลอดภัย กทม. ประสานรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ผู้รับเหมา เข้าควบคุมสถานการณ์ ติดตามอัตราการรั่วของน้ำ-ดิน ที่รั่วเข้าไปในอุโมงค์ พร้อมติดตามการทรุดตัวเอียงของอาคารโดยรอบ ในรัศมี 30 เมตร สั่งอพยพประชาชนที่อาศัยบริเวณอาคารพาณิชย์ พร้อมเฝ้าระวังอาคารอื่น ๆ สั่งปิดการจราจรบนถนนประชาธิปก ตั้งแต่แยกบ้านแขกถึงวงเวียนใหญ่ ระยะทางประมาณ 200 เมตร เพื่อลดแรงสั่นสะเทือน
แนะนำให้ประชาชนที่เดินทางมาจากสะพานพุทธ ให้เลี้ยวที่สี่แยกบ้านแขก เลี่ยงไปใช้เส้นทางถนนอิสรภาพ ถนนลาดหญ้า หรือถนนสมเด็จเจ้าพระยาแทน อย่างน้อย 1 สัปดาห์
จัดตั้งศูนย์บัญชาการ ให้ผู้อำนวยการเขตธนบุรี และคลองสาน เป็นผู้ประสานงานการแก้ไขปัญหา ส่วนเรื่องอาคารเสี่ยงจะถล่มหรือไม่ ผู้ว่าฯ ชัชชาติ บอกว่า ไม่ต้องตื่นตระหนก เจ้าหน้าที่ได้ติดตั้งเครื่องวัดอัตโนมัติเพื่อเฝ้าติดตามไว้แล้ว ส่วนความเสียหาย ผู้รับเหมามีประกัน ส่วนการเยียวยาหาที่พัก ผู้รับเหมาเป็นผู้รับผิดชอบ 100%
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ปภ. และทีมค้นหาและกู้ภัยในเขตเมืองแห่งชาติ ติดตามข้อมูลการเคลื่อนไหวของตัวอาคารที่มีความเสี่ยง หลังตั้งกล้องตรวจจับความเคลื่อนไหวอาคารถล่มครบ 1 ชั่วโมง พบการเคลื่อนตัวของอาคารเล็กน้อย ไม่มีผลกระทบต่อประชาชนที่พักอาศัยโดยรอบ
นายธีรพัฒน์ บอกว่า อาคารพาณิชย์ทรุดตัวถ้ามองด้วยตาเปล่า เหมือนว่าอาคารจะดูทรุดตัวมากขึ้น แต่ตรวจสอบด้วยเครื่องมือ ตัวอาคารยังคงอยู่ที่ 79-80 องศา เป็นค่าเบี่ยงเบนเท่าเมื่อเย็น เพื่อความปลอดภัยได้จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังตรวจจับความเคลื่อนไหวของโครงสร้างอาคารตลอดทั้งคืน หากเกิดเหตุฉุกเฉิน
หลัง ผู้ว่าฯ สั่งอพยพประชาชน ชาวบ้านที่อาศัยในหอพักใกล้อาคารที่ร้าวเอียง ก็พากันมาขนของ ทรัพย์สิน ป้าจุฬาทิพย์ อายุ 62 ปี มีอาการบาดเจ็บที่หัวเข่า เคลื่อนไหวไม่สะดวก ตัดสินใจย้ายออกจากที่พัก ไปเช่าพักโรงแรมย่านวงเวียนใหญ่ชั่วคราว เนื่องจากยังกังวลเรื่องความปลอดภัย จะรอจนกว่าเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบยืนยันว่าโครงสร้างอาคารปลอดภัย จึงจะกลับเข้าไปพักอาศัยอีกครั้ง
ส่วน ป้าเรณู อายุ 58 ปี เดินทางมารับลูกสาวอาศัยอยู่ในจุดเสี่ยง ยอมรับว่า รู้สึกกังวลอย่างมาก กลัวจะเป็นเหมือนเหตุการณ์ถนนทรุด หน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ฝากตั้งคำถามไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ จะจัดการปัญหาอย่างไร อยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องออกมาแสดงความรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ปล่อยให้ประชาชนรับผลกระทบเพียงฝ่ายเดียว การประกาศอพยพช่วงค่ำ หลายคนเพิ่งเลิกงานกลับเข้าบ้าน ไม่รู้จะไปพักที่ไหน แม้จะมีศูนย์พักพิงที่หน่วยงานจัดไว้ให้แต่ก็ไม่สะดวก สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านนับ 100 คน เป็นอย่างมาก
สำหรับแนวทางการแก้ไขน้ำรั่วในอุโมงค์ก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดิน เจ้าหน้าที่ได้ปิดหัว-ปิดท้ายอุโมงค์ เติมน้ำเข้าไปเพื่อรักษาสมดุลแรงดันน้ำ พร้อมฉีดคอนกรีตผสมสารชนิดแข็งตัวเร็ว เพื่อเสริมความแข็งแรงของอุโมงค์ ก่อนจะซ่อมแซมให้แข็งแรงมั่นคงภายหลัง คาดใช้เวลา 1 สัปดาห์ จะเสร็จสิ้น
ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย แนะนำ แม้ตอนนี้จะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว มี 2 เรื่อง ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด คือ
1. น้ำที่รั่วออกมาเป็นน้ำใส หรือมีตะกอน ดิน หรือทรายปะปน หากน้ำขุ่นถือเป็นสัญญาณอันตราย มวลดินใต้น้ำกำลังถูกพาออกมา อาจส่งผลต่อความมั่นคงของพื้นที่
2. อัตราการรั่วของน้ำเพิ่มขึ้นหรือไม่ หากน้ำรั่วมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่แรงดันน้ำใต้ดินสูง อาจเป็นสัญญาณว่าปัญหากำลังรุนแรงขึ้น พร้อมฝากประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ หมั่นตรวจสอบบ้านเรือนว่ามีรอยแตกร้าว ทรุดตัว เอียงผิดปกติหรือไม่ หากพบให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที