รอบนี้ ทหารเรือจับ 19 คน หวั่นอาชญากรรมข้ามชาติ ย้ายฐานจากสีหนุวิลล์เข้า กทม. ชาวจีน-อินโดนีเซีย ยอมจ่ายค่านำพาหัวละ 1.5 แสนบาท ส่วนแรงงานกัมพูชา อยากเข้ามาทำงานในไทย ควักจ่ายหัวละ 8 พัน
วันนี้ (10 ก.ค.69) พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยถึงปฏิบัติการสกัดจับการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายของ กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) โดยมื่อวันที่ 8 ก.ค.69 หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี จัดกำลังซุ่มเฝ้าตรวจบริเวณพื้นที่ชายแดนตำบลหนองตาคง อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี สามารถสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองผ่านช่องทางธรรมชาติได้รวม 19 คน ประกอบด้วย ชาวกัมพูชา 14 คน (ชาย 3 คน หญิง 7 คน เด็ก 4 คน) ชาวจีน 4 คน และชาวอินโดนีเซีย 1 คน ก่อนควบคุมตัวและประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจและสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองดำเนินการตามกฎหมาย
จากการสอบสวนเบื้องต้น ชาวกัมพูชาให้การว่ามีความประสงค์เดินทางเข้ามาหางานทำในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ระยอง ชัยนาท และสมุทรปราการ โดยจ่ายค่าลักลอบเดินทางผ่านขบวนการนำพาคนเข้าเมืองผิดกฎหมายคนละประมาณ 7,500–8,000 บาท เพื่อใช้ช่องทางธรรมชาติหลบเลี่ยงการตรวจของเจ้าหน้าที่
ส่วนชาวจีนและชาวอินโดนีเซียทั้ง 5 คน ให้การว่าเดินทางมาจากเมืองสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา และลักลอบเดินทางเข้าประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ โดยมีจุดหมายปลายทางในกรุงเทพมหานคร พร้อมระบุว่าได้จ่ายค่าลักลอบเดินทางสูงถึงคนละ 4,800 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 150,000 บาท
โฆษกกองทัพเรือ กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่าขบวนการลักลอบนำพาบุคคลเข้าเมืองผิดกฎหมายยังคงพยายามใช้แนวชายแดนไทยเป็นเส้นทางเคลื่อนย้ายบุคคล ซึ่งอาจเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติในรูปแบบต่าง ๆ จึงมีความจำเป็นที่หน่วยงานด้านความมั่นคงจะต้องเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าตรวจและสกัดกั้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้ประเทศไทยตกเป็นทางผ่านหรือพื้นที่รองรับของเครือข่ายผิดกฎหมาย