ผู้กำกับพันหน้า ปลอมตัวจับคนร้าย

View icon 10
วันที่ 10 ก.ค. 2569 | 11.25 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - เรียกว่า นายตำรวจท่านนี้ควรได้ฉายา ผู้กำกับพันหน้า หลังเคยปลอมตัวเป็นพระไปจับไฮโล คราวนี้ปลอมตัวเป็นนักท่องเที่ยว ไปจับคนร้ายซื้อล็อตเตอรี่แล้วไม่ยอมจ่ายเงิน

เป็นภาพขณะที่ ตำรวจปลอมตัวเป็นนักท่องเที่ยว แล้วหลอกล่อให้คนขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง เข้าไปส่งใน สภ.เมืองนครนายก โดยอ้างว่าจะไปแจ้งความเอกสารหาย พอรถจอดหน้าโรงพัก ผกก. จ่ายค่ารถให้ 60 บาท แถมบอกจะเหมาต่ออีก 200 บาท แต่คนร้ายปฏิเสธ เนื่องจากมีลูกค้ารออยู่ ทางด้าน ผกก. จึงแสดงตัวว่าเป็นตำรวจจากนครนายก ขออนุญาตจับกุม

คนขี่จักรยานยนต์รับจ้าง ถึงกับเหวอเลยทำอะไรไม่ถูก จะกลับตัวก็ไม่ได้ จะให้หนี ก็หนีไม่ได้ สุดท้ายยอมให้จับโดยละม่อม

โดยคดีนี้สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 มีแม่ค้าล็อตเตอรี่ มาแจ้งความว่า ถูกคนร้าย 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ไล่ตาม มาขอซื้อล็อตเตอรี่ 18 ใบ จากนั้นก็ทำทีขอแสกนจ่าย แต่ยังไม่กดโอน ได้ขี่จักรยานยนต์หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว แม่ค้าพยายามไล่ตามแต่ตามไม่ทัน จึงไปแจ้งความ

ต่อมาตำรวจชุดสืบสวน ลงหาข้อมูลเฝ้าติดตามอยู่ 2 วัน 2 คืนจนทราบว่า 1 ใน 2 คนร้ายทราบชื่อ นายน้อย ผู้ก่อเหตุเป็นวินมอเตอร์ไซค์อยู่หน้าโรงพยาบาลเอกชนในจ.สระบุรี

พลตำรวจเอก ธีรพรรดิ์ บัณฑิโตหิรัญโชติ ผู้กำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดนครนายก ผู้เคยปลอมตัวเป็นพระไปจับวงไฮโล คราวนี้สวมบทบาท เป็น“ทิดโต”นักท่องเที่ยวให้ นายน้อย ช่วยไปส่งที่หน้าโรงพักเมืองสระบุรี โดยระหว่างผู้กำกับโตได้นั่งมอเตอร์ไซค์ไปได้มีการพูดคุยหยอกล้อกับคนร้ายโดยคนร้ายยังแซวว่า "รถพี่มันไม่ค่อยวิ่ง เพราะน้องอ้วน"

และจากการสอบปากคำ ตอนแรกนายน้อย ไม่ยอมรับ แต่ผกก.โต ก็บอกว่าตำรวจมีหลักฐานทั้งหมด และพบว่านายน้อยพร้อมเพื่อน ก่อเหตุมาแล้ว 3 ครั้ง สุดท้ายนายน้อย รับสารภาพ

สุดท้าย ตำรวจคุมตัวนายน้อย สอบปากคำ พร้อมดำเนินคดี ในข้อหารับของโจร และไปก่อเหตุร่วมกันชิงทรัพย์ รวมถึงขยายผลหาผู้ร่วมก่อเหตุ มาดำเนินคดีตามกฎหมาย

เดี๋ยวย้อนไปดู คดีแจ้งเกิดของ ผกก.โต เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา ผกก.โต ปลอมตัวเป็นพระ พาทีมงานตำรวจเข้าจับกุม การเล่นพนันไฮโล ในวัดแห่งหนึ่ง ตำบลดงละคร อำเภอเมืองนครนายก ซึ่งก่อนจับกุม ผกก.โต ก็ปลอมตัวเป็นพระสงฆ์เข้าไปสืบข่าว จนได้ข้อมูลว่า เล่นพนันกันมา 3 วัน 3 คืน จึงนำกำลังเข้าจับ

เรียกว่า ตรงคำขวัญอมตะ ของ พลตำรวจเอก เผ่า ศรียานนท์ อดีตอธิบดีกรมตำรวจ ที่บอกว่า "ภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ ไม่มีสิ่งใดที่ตำรวจไทยทำไม่ได้" และงานนี้ไม่ใช่ร้อยตำรวจเอกปลอมตัวมา แต่เป็นพันตำรวจเอกปลอมตัวมา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง