จับชาวกัมพูชาตัดสายไฟขาย จ.ขอนแก่น

View icon 14
วันที่ 10 ก.ค. 2569 | 16.43 น.
ข่าวเย็นประเด็นร้อน
แชร์
ข่าวเย็นประเด็นร้อน - ตำรวจเมืองขอนแก่น ตามจับแรงงานชาวกัมพูชา บุกเข้าไปลักตัดสายไฟในศูนย์การค้าเปิดใหม่กลางเมือง ก่อนนำไปขาย รับสารภาพสิ้น หาเงินใช้จ่าย และส่งให้ครอบครัว

กล้องวงจรปิดลานจอดรถจักรยานยนต์ ศูนย์การค้าแห่งหนึ่งในอำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ที่เพิ่งเปิดให้บริการไม่นาน บันทึกภาพชายรูปร่างผอม สวมเสื้อแขนยาวสีฟ้า กางเกงยีนขายาว รองเท้าผ้าใบ สวมหมวกคลุมปิดบังใบหน้า เดินมาตามถนน ก่อนหยุดที่มุมถนน เพราะเห็นมีคนนั่งอยู่ และไม่นานก็เดินไปทางอื่น ซึ่งกล้องวงจรปิดทางเข้าที่จอดรถยนต์ ก็บันทึกภาพชายคนนี้เดินออกมา ทำทีเป็นเล่นโทรศัพท์ และเดินอย่างใจเย็น

ขณะที่กล้องวงจรปิดบนดาดฟ้าของอาคาร ก็พบชายคนนี้เดินออกมาจากด้านในอาคาร แล้วเดินไปตามด้านข้างของดาดฟ้า จากนั้นเดินกลับมาทางเดิม ก่อนเดินตรงไปที่เครื่องทำความเย็น และปีนเข้าไปด้านใน โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นต่อเนื่องวันที่ 20-22 มิถุนายนที่ผ่านมา และตัวแทนศูนย์การค้านำหลักฐานภาพกล้องวงจรปิดไปแจ้งความที่ สภ.เมืองขอนแก่น เพราะชายคนนี้ก่อเหตุลักลอบตัดสายไฟ มูลค่าความเสียหายประมาณ 10,000 บาท

ล่าสุด ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองขอนแก่น จับกุมชายคนดังกล่าว อายุ 34 ปี เป็นชาวกัมพูชา ได้ที่แคมป์คนงานแห่งหนึ่ง ใกล้กับศูนย์การค้าที่เกิดเหตุ พร้อมยึดของกลางได้แก่ โทรศัพท์มือถือ, ชุดที่ใส่ในวันก่อเหตุ จำนวน 2 ชุด ,รองเท้าใบสีดำที่ใส่ในวันที่ก่อเหตุ จำนวน 1 คู่ , หมวกปีกลายพลาง จำนวน 1 ใบ, กระเป๋าสะพายข้างสีครีม จำนวน 1 ใบ ซึ่งผู้ก่อเหตุสะพายขณะก่อเหตุ รวมทั้งสายไฟสีดำที่ลักลอบตัดมาจากที่เกิดเหตุ

ผู้ก่อเหตุ รับสารภาพว่า ตนเป็นคนงานของบริษัทผู้รับเหมาช่วงที่เข้ามาต่อเติมห้าง มีใบอนุญาตทำงานถูกต้องตามกฎหมาย และเดินเข้าออกพื้นที่ต่าง ๆ ได้ ส่วนสายไฟที่ขโมย ก็ปอกเอาทองแดงไปขาย นำเงินไปใช้จ่ายและส่งให้ครอบครัวที่กัมพูชา ทั้งนี้ตำรวจตรวจปัสสาวะไม่พบสารเสพติด จึงแจ้งข้อหาลักทรัพย์หรือรับของโจร ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ดำเนินคดี

ส่วนที่จังหวัดบุรีรัมย์ ตำรวจ สภ.บ้านด่าน ได้จับกุม นางสาวนาเรท อายุ 45 ปี แม่บ้านชาวกัมพูชา ที่บ้านหลังหนึ่งในตำบลปราสาท อำเภอบ้านด่าน พร้อมของกลางทองรูปพรรณ น้ำหนักรวม 14 บาท 50 สตางค์ มูลค่าเกือบ 1 ล้านบาท ซึ่งถูกฝังดินซุกซ่อนไว้ใต้ยุ้งข้าวข้างบ้าน

คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม หญิง อายุ 57 ปี เจ้าของบ้าน นายจ้างนางสาวนาเรท แจ้งความว่า ทองคำที่เก็บไว้ในห้องนอนน้ำหนักกว่า 14 บาท ได้หายไป ตำรวจจึงตรวจสอบกล้องวงจรปิด พร้อมหาเบาะแส ก่อนพบว่า นางสาวนาเรท ขี่รถจักรยานยนต์ ไปบ้านผู้เสียหายช่วงเวลากลางคืน แล้วเข้าไปก่อเหตุ

ซึ่ง​ นางสาวนาเรท รับว่า ก่อเหตุจริง เพราะความแค้นที่ก่อนหน้านี้ มารับจ้างตัดหญ้า ทำความสะอาดบ้าน แล้วถูกหญิงเจ้าของบ้านด่าทอหยาบคาย ซึ่งตนทำงานในไทยถูกต้องตามกฎหมาย โดยมีสามีเป็นชาวไทยในหมู่บ้านดังกล่าว ทั้งนี้ตำรวจแจ้งข้อหาลักทรัพย์นายจ้างในเคหสถาน โดยใช้ยานพาหนะ ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง