เปิดปฏิบัติการบังคับคดีรื้อถอนโรงแรมและวิลลาหรูในเขตอุทยานแห่งชาติสิรินาถ จังหวัดภูเก็ต หลังคดีถึงที่สุด ทวงคืนพื้นที่ป่ารวมกว่า 25 ไร่ กลับคืนเป็นสมบัติของแผ่นดิน
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภายใต้การสั่งการของนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการฯ ลงพื้นที่ร่วมกับคณะของนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อติดตามปฏิบัติการบังคับคดีตามคำพิพากษาของศาล ในคดีบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ “เขารวก ป่าเขาเมือง” และเขตอุทยานแห่งชาติสิรินาถ ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ซึ่งถือเป็นคดีที่ 2 ภายใต้แผนปฏิบัติการ “ภูเก็ตโมเดล” ที่กำหนดให้การทวงคืนทรัพยากรธรรมชาติ การจัดระเบียบการใช้ประโยชน์ที่ดิน และการปราบปรามการบุกรุกพื้นที่อนุรักษ์ เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ในการบังคับใช้กฎหมาย ให้ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน และสร้างความเชื่อมั่นว่าทรัพยากรของชาติจะต้องตกเป็นของประชาชน ไม่ใช่ของผู้มีอิทธิพลหรือกลุ่มทุน
นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยาน ฯ กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ครอบคลุมคดีบุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถจำนวน 2 คดี ซึ่งศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าปิดประกาศบังคับคดีเพื่อดำเนินการขับไล่และรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างตามขั้นตอนของกฎหมาย
คดีแรกเป็นพื้นที่โรงแรมแห่งหนึ่งในตำบลสาคู อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต เนื้อที่กว่า 13 ไร่ โดยศาลฎีกามีคำพิพากษายืนให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) พร้อมสั่งขับไล่และรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด หลังตรวจสอบพบมีอาคารโรงแรมและวิลลาหรูรวม 39 หลัง ปัจจุบันสำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต สาขาถลาง ได้ดำเนินการเพิกถอนเอกสารสิทธิแล้ว และอุทยานแห่งชาติสิรินาถได้เริ่มกระบวนการบังคับคดีเพื่อรื้อถอนตามคำพิพากษา
ส่วนอีกคดีอยู่ในพื้นที่ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง เนื้อที่ประมาณ 12 ไร่ อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ “เขารวก ป่าเขาเมือง” และเขตอุทยานแห่งชาติสิรินาถ ศาลมีคำพิพากษาให้ผู้ครอบครองออกจากพื้นที่ หลังพบการนำเอกสาร ส.ค.1 ปลอมมาใช้ในการออกโฉนด ซึ่งอธิบดีกรมที่ดินได้เพิกถอนโฉนดแล้ว แม้ผู้ครอบครองจะยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง แต่คำพิพากษาคดีขับไล่ยังมีผลบังคับใช้ เจ้าหน้าที่จึงเข้าปิดประกาศแจ้งให้ดำเนินการภายใน 15 วัน หากยังเพิกเฉย จะใช้อำนาจตามมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 เข้ารื้อถอนและดำเนินการตามกฎหมายทันที