ห้องข่าวภาคเที่ยง สุดสัปดาห์ - ชาวบ้านจังหวัดสุรินทร์ ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ไม่ประมาท เตรียมพร้อมบังเกอร์ และเตรียมอพยพ หากเกิดเหตุปะทะรอบ 3
เตรียมพร้อมบังเกอร์ หากเกิดเหตุฉุกเฉิน จ.สุรินทร์
นายภูมิพัฒน์ มนีน้อย อายุ 46 ปี ชาวบ้าน อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา พาไปดูบังเกอร์ส่วนตัวที่อยู่ข้างร้านค้าตัวเอง ซึ่งเตรียมพร้อมไว้ หากเกิดเหตุฉุกเฉิน ออกจากพื้นที่ไม่ทัน
ส่วนตัวไม่อยากให้เกิดการปะทะ แต่ก็เตรียมพร้อมกระเป๋าเสื้อผ้าไว้แล้ว หากเกิดเหตุ ก็เก็บของขึ้นรถอพยพออกไปได้เลย
ชาวบ้าน ชี้ ไทยต้องยึดพื้นที่ 100 กม.ถึงจะจบ
ขณะที่นายเสือง ประเมินชัย อายุ 80 ปี ชาวบ้านหนองตาเลิบ ตำบล บักได อำเภอ พนมดงรัก มองว่า ถ้าเกิดการปะทะรอบที่ 3 เราต้องยึดพื้นที่ไปอีกอย่างน้อย 100 กิโลเมตร ถึงจะจบ มั่นใจว่า ทหารไทยทำได้และเอาอยู่ เพราะทหารกัมพูชาไม่มีวินัย และยังหลับตายิง
ทบ.สร้างหลุมหลบภัย 10 แห่ง หลุมบุคคลคู่ 328 แห่ง
ส่วนการจัดสร้างหลุมหลบภัย โดย กองทุนหทัยทิพย์ ขณะนี้การดำเนินงานในระยะที่ 1 และระยะที่ 2 กองทัพบกได้ก่อสร้างหลุมหลบภัยเสร็จตามแผนแล้ว
เป็นหลุมหลบภัยสำหรับประชาชน ขนาดความจุ 40 คน จำนวน 10 แห่ง และหลุมบุคคลคู่สำหรับกำลังพล 328 แห่ง เตรียมก่อสร้างหลุมหลบภัยในระยะที่ 3 ต่อไป
บิ๊กดุลย์ ลุยชายแดน ยกระดับคุณภาพชีวิตทหาร จ.สุรินทร์
ขณะที่วานนี้ (11ก.ค.) พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลงพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ติดตามความคืบหน้าการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาพื้นที่ความมั่นคงชายแดน “น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีสัญญาณโทรศัพท์”
โดยรัฐบาลพร้อมผลักดันโครงงการนี้เต็มที่ เพราะความมั่นคงของประเทศต้องดำเนินการควบคู่ กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของกำลังพล และประชาชนในพื้นที่
ทหารไทยช่วยคุ้มกัน สร้างถนนเลียบชายแดน จ.สุรินทร์
ส่วนการก่อสร้างถนนยุทธศาสตร์เลียบชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่ ตำบล จรัส อำเภอ บัวเชด มายังพื้นที่ ตำบลตาตุม อำเภอ สังขะ และ ตำบลด่าน อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ยังคงดำเนินอย่างต่อเนื่อง /มีความคืบหน้าไปกว่า 20 กิโลเมตรแล้ว
โดยต้องมีทหาร พร้อมอาวุธครบมือ เดินนำหน้า เพื่อคุ้มกันเครื่องจักร หรือ รถแบ็กโฮในการก่อสร้างถนน หลังพบว่า มีทหารกัมพูชาเข้ามายั่วยุ และก่อกวนบ่อยครั้ง