เจาะประเด็นข่าว 7HD - ขบวนการ "พ่อทิพย์" ที่ตำรวจเพิ่งจะพาตัวผู้ต้องหาไปฝากขังเมื่อวานนี้ 27 คน ก็ยังไม่จบเพียงเท่านี้ เพราะตำรวจเพิ่งจะจับกุมตัวมาเพิ่มอีก 4 คน และยังเหลืออีกบางส่วน ที่ยังต้องตามจับกุมตัวต่อ แล้วพรุ่งนี้จะมีการประชุมเพื่อพิจารณาว่า คดีนี้เข้าข่ายเป็น องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ หรือไม่
จากการเข้าจับกุม ชาย และหญิง ชาวจีน ตามหมายจับ ฐานร่วมกันสนับสนุนเจ้าพนักงาน ปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ คดีขบวนการ "พ่อทิพย์" ที่ว่าจ้างคนไทยมารับบทเป็นพ่อแทนสามีตัวจริง แล้วให้ไปจดทะเบียนเพื่อรับรองบุตรชาวจีน ที่เกิดในเมืองไทย เพื่อให้ได้รับสัญชาติไทย
เริ่มตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคม ซึ่งล็อตแรกได้ผู้ต้องหารายสำคัญคือ "นางสาวสุนีย์" ที่เป็นผู้แจ้งเกิดของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง ย่านธนบุรี และ "นางสาวศิริพร" เจ้าหน้าที่นายทะเบียน สำนักงานเขตธนบุรี ถูกจับกุมและส่งตัวไปขออำนาจศาลฯ ฝากขังพร้อมกับผู้ต้องหารวม 27 คน และที่อยู่ในเรือนจำอีก 1 คน เป็น 28 คน ซึ่งผลการฝากขัง ศาลฯ ไม่อนุญาตให้ประกันตัวแม้แต่คนเดียว
หลังจากวันนั้นมา ก็มีการจับกุมผู้ต้องหาต่อเนื่อง อย่างตอนนี้ที่อยู่ที่ สน.บางยี่เรือ ก็จะมีทั้งคนที่รับบทเป็น "พ่อทิพย์" 2 คน และชาวจีน 2 คน ที่เตรียมถูกพาตัวไปขออำนาจศาลฯ ฝากขังเช้าพรุ่งนี้ และล่าสุดมีรายงานเข้ามาสด ๆ ร้อน ๆ ว่าเพิ่งจะได้ตัวผู้ต้องหาหญิงชาวจีนมาอีก 1 คน ทำให้คดีนี้ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาไปได้แล้วรวม 33 คน ยังเหลืออีก 2 คน ที่ต้องติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี โดย 1 คน คาดว่ายังอยู่ในไทย และอีก 1 คน ที่เดินทางออกนอกประเทศไปแล้ว
ขณะที่ทีมข่าวสังเกตการณ์อยู่ที่ สน. ก็ได้พูดคุยกับญาติผู้ต้องหารายหนึ่ง เธอบอกว่า มาเยี่ยมลุงที่ถูกจับกุม เพราะได้ข่าวจากร้านขายก๋วยเตี๋ยว ส่วนตัวยังไม่ได้คุยรายละเอียดอะไร จึงไม่รู้ว่าที่ลุงเซ็นเอกสารไปนั้น เต็มใจ ถูกบังคับ หรือถูกหลอกให้เซ็น
ที่ต้องตามกันต่อวันพรุ่งนี้ (12 ก.ค.) จะมีการประชุมของ 6 หน่วยงาน ประกอบด้วยตำรวจ, กรมการปกครอง, กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ , ป.ป.ช. , ปปง. และ ป.ป.ท. และจะเชิญ สำนักงานอัยการสูงสุด เข้าร่วมประชุมด้วย เพื่อร่วมกันพิจารณาว่า คดีนี้จะเข้าข่ายเป็น "องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ" หรือไม่ เพื่อวางแนวทางที่เหมาะสมในการจัดการ เพราะยังมีกรณีคล้าย ๆ กันนี้อีกหลายร้อยคดี ที่รอการขยายผลต่อไป
ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะรวมถึงเรื่องนี้ด้วย หรือเปล่า เพราะในโซเชียลฯ มีการขุดเอาภาพการเปิดร้านค้าจำนวนหลาย ๆ ร้าน ที่ดูอย่างไรก็เหมือนร้านธุรกิจของชาวจีน มาตั้งเป็นคำถามว่า ตอนนี้พื้นที่ตำบลบ่อวิน อำเภอเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี กลายเป็นแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อไร
ซึ่งจริง ๆ แล้วเมื่อไม่กี่วันก่อน "ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี" ก็ได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบด้วยตัวเองมารอบหนึ่งแล้ว และพบว่าที่ดินเป็นของคนไทย ของที่ขายในร้านได้เก็บตัวอย่างไปตรวจสอบแล้ว และได้กำชับพื้นที่ไปหมดแล้ว ว่าให้ตรวจสอบอย่างละเอียด ว่าการมาประกอบธุรกิจแบบนี้ ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย หรือไม่