จับเพิ่มขบวนการ พ่อทิพย์

View icon 22
วันที่ 13 ก.ค. 2569 | 07.08 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - ตามต่อคดีขบวนการ "พ่อทิพย์" ที่ตำรวจเพิ่งจะพาตัวผู้ต้องหาไปฝากขังเมื่อวานนี้ 27 คน ก็ยังไม่จบเพียงเท่านี้ เพราะตำรวจเพิ่งจะจับกุมตัวมาเพิ่มอีก 4 คน และยังเหลืออีกบางส่วนที่ยังต้องตามจับกุมตัวต่อ แล้ววันนี้จะมีการประชุมเพื่อพิจารณาว่า คดีนี้เข้าข่ายเป็น "องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ" หรือไม่

เป็นการเข้าจับกุมชายและหญิงชาวจีน ตามหมายจับฐานร่วมกันสนับสนุนเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ คดีขบวนการ "พ่อทิพย์" ที่ว่าจ้างคนไทยมารับบทเป็นพ่อแทนสามีตัวจริง แล้วให้ไปจดทะเบียนเพื่อรับรองบุตรชาวจีนที่เกิดในเมืองไทย เพื่อให้ได้รับสัญชาติไทย

คดีนี้ตัวการสำคัญที่เป็นคนเดินเรื่อง คือ "นางสาวสุนีย์" ที่เป็นผู้แจ้งเกิดของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง ย่านธนบุรี และ "นางสาวศิริพร" เจ้าหน้าที่นายทะเบียน สำนักงานเขตธนบุรี ถูกจับกุมและส่งตัวไปขออำนาจศาลฯ ฝากขังพร้อมกับผู้ต้องหารวม 27 คน และที่อยู่ในเรือนจำอีก 1 คน เป็น 28 คน

ซึ่งผลการฝากขังเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ศาลฯ ไม่อนุญาตให้ประกันตัวแม้แต่คนเดียว เพราะเห็นว่าเป็นคดีร้ายแรง มีลักษณะกระทำเป็นขบวนการ เกี่ยวข้องกับทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ เป็นภัยต่อความมั่นคง เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงพาตัวผู้ต้องหาทั้งหมดเข้าเรือนจำทันที

ส่วนที่ สน.บางยี่เรือ เมื่อวานนี้ ยังเหลือผู้ต้องหาที่รับบทเป็น "พ่อทิพย์" 2 คน และชาวจีน 3 คน โดยในรายล่าสุด ตำรวจสืบสวนนครบาล 8 นำหมายศาลฯ ไปจับกุม นางสาวหลี่เซียน หม่า เป็นผู้ต้องหารายที่ 33 แจ้งข้อหาฐานร่วมกันสนับสนุนเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ ก่อนพาตัวมาส่งพนักงานสอบสวน

สอบถามความคืบหน้ากับ นายรัฐวิช จิตสุจริตวงศ์ เลขานุการ DOPA N.I.C.E. สรุปให้ฟังว่า คดีนี้จับกุมผู้ต้องหาไปได้ 33 คน แล้ว ยังเหลืออีก 2 คน ที่ต้องติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี โดย 1 คน คาดว่ายังอยู่ในไทย และ 1 คน พบว่าออกนอกประเทศไปแล้ว

ขณะที่ มีรายงานข่าวระบุว่า ปัจจุบัน กรมการปกครอง ได้ดำเนินการเพิกถอนสัญชาติเด็กที่แจ้งเกิดเท็จแล้ว 19 รายชื่อ อยู่ระหว่างดำเนินการกับรายชื่อเด็กที่มีการแจ้งเท็จโดย นางสาวสุนีย์ และ นางสาวศิริพร อีก 43 รายชื่อ รวมถึงยังต้องตรวจสอบรายชื่อเด็กที่มีการแจ้งเกิดกับ 5 โรงพยาบาลเอกชน ที่มีประมาณ 500 รายชื่อ ที่เป็นข่าวไปก่อนหน้านี้ หากพบว่าเป็นการแจ้งเกิดเท็จทั้งหมดก็จะดำเนินการเพิกถอนสัญชาติเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ (13 ก.ค.) จะมีการประชุมของ 6 หน่วยงาน ประกอบด้วย ตำรวจ, กรมการปกครอง, กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ, ปปง. และ ป.ป.ท. และจะเชิญ สำนักงานอัยการสูงสุด เข้าร่วมประชุม เพื่อร่วมกันพิจารณาว่า คดีนี้จะเข้าข่ายเป็น "องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ" หรือไม่

พร้อมกันนี้ จะมีหญิงที่เคยใช้บริการ "พ่อทิพย์" ที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดีนี้แต่แรก เข้าให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง