รวบแรงงานเถื่อน พร้อมคนไทยรวม 24 คน ยกขบวน ส่งพื้นที่ชายแดนใต้

รวบแรงงานเถื่อน พร้อมคนไทยรวม 24 คน ยกขบวน ส่งพื้นที่ชายแดนใต้

View icon 45
วันที่ 13 ก.ค. 2569 | 07.35 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
วันนี้ (13 ก.ค. 69) ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการตำรวจทางหลวง ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา

1. นางสาววรางคณา อายุ 25 ปี สัญชาติไทย ผู้ถูกจับที่ 1
2. นายวรกร อายุ 19 ปี สัญชาติไทย​   ผู้ถูกจับที่ 2
3. นายอติชาติ อายุ 34 ปี สัญชาติไทย​   ผู้ถูกจับที่ 4
4. นายแลน ​​​​ อายุ 39 ปี สัญชาติเมียนมา ผู้ถูกจับที่ 3
5. นายลี ยา ซอ​​​​ อายุ 31 ปี สัญชาติเมียนมา ผู้ถูกจับที่ 5
6. นายเคียว ลิน อู​​​ อายุ 26 ปี สัญชาติเมียนมา ผู้ถูกจับที่ 6
7. นายซิม มิน ทู ​​​ อายุ 30 ปี สัญชาติเมียนมา ผู้ถูกจับที่ 7
8. นายมายเว อู ​​​​ อายุ 31 ปี สัญชาติเมียนมา ผู้ถูกจับที่ 8
9. นายเฮง เอ ออง ​​​ อายุ 19 ปี สัญชาติเมียนมา ผู้ถูกจับที่ 9
10. นางสาวเฮง เฮ ออง ​​​ อายุ 19 ปี สัญชาติเมียนมา ผู้ถูกจับที่ 10
11. นายซันโคอู ​​​​ อายุ 19 ปี สัญชาติเมียนมา ผู้ถูกจับที่ 11
12. นายตาโป ​​​​ อายุ 20 ปี สัญชาติเมียนมา ผู้ถูกจับที่ 12
13. นายเมียง มิน ไค ​​​ อายุ 19 ปี สัญชาติเมียนมา ผู้ถูกจับที่ 13
14. นายโซไน ​​​​ อายุ 46 ปี สัญชาติเมียนมาร์ ผู้ถูกจับที่ 14
15. นายมงมงเวียง ​​​ อายุ 19 ปี สัญชาติเมียนมา ผู้ถูกจับที่ 15
16. นายมิน ออง โซ ​​​ อายุ 22 ปี สัญชาติเมียนมา ผู้ถูกจับที่ 16
17. นายธนจอ อายุ 26 ปี สัญชาติเมียนมา ผู้ถูกจับที่ 17
18. นายซอเมียวนาย ​​​ อายุ 33 ปี สัญชาติเมียนมา ผู้ถูกจับที่ 18
19. นายอุ้ยบิวไน อายุ 31 ปี สัญชาติเมียนมา ผู้ถูกจับที่ 19
20. นายบิว เม ซุย ​​​อายุ 33 ปี สัญชาติเมียนมา ผู้ถูกจับที่ 20
21. นายซอมิว ​​​​อายุ 23 ปี สัญชาติเมียนมา ผู้ถูกจับที่ 21
22. นายซอ ซอ มิ ​​​อายุ 19 ปี สัญชาติเมียนมา ผู้ถูกจับที่ 22
23. นายมองซู ​​​​อายุ 19 ปี สัญชาติเมียนมา ผู้ถูกจับที่ 23
24. นางสาวเซมาแอน ​​​อายุ 19 ปี สัญชาติเมียนมา ผู้ถูกจับที่ 24

โดยกล่าวหาว่า ผู้ต้องหาที่ 1 ถึงที่ 5 ว่า“รู้ว่าแรงงานเถื่อนคนใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการ” อันเป็นการฝ่าฝืน ม.64 พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522,ผู้ต้องหาที่ 6 ถึงที่ 24 โดยกล่าวหาว่า “ เป็นแรงงานเถื่อนเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต

 พร้อมตรวจยึดของกลาง

1. รถยนต์นั่งส่วนบุคคล  สีน้ำตาล จำนวน 1 คัน
2. รถยนต์นั่งส่วนบุคคล สีดำ จำนวน 1 คัน
3. รถยนต์นั่งส่วนบุคคล สีเทา จำนวน 1 คัน
4. โทรศัพท์เคลื่อนที่ สีเทา จำนวน 1 เครื่อง
5. โทรศัพท์เคลื่อนที่ สีขาว จำนวน 1 เครื่อง
6. โทรศัพท์เคลื่อนที่ สีเขียว จำนวน 1 เครื่อง
7. โทรศัพท์เคลื่อนที่  สีดำ จำนวน 1 เครื่อง
8. โทรศัพท์เคลื่อนที่ สีเขียว จำนวน 1 เครื่อง

โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณ ทล.41 กม.346 ในพื้นที่ ต.เกาะขันธ์  อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับข้อมูลจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ว่า จะมีขบวนการลักลอบนำพาแรงงานเถื่อนสัญชาติเมียนมาหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ใช้รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ทำหน้าที่เป็นรถนำคอยตรวจสอบและเคลียร์เส้นทางล่วงหน้า

ขณะที่รถยนต์อื่น ๆ ทำหน้าที่ลำเลียงบุคคลต่างด้าว โดยขับเว้นระยะห่างจากรถนำประมาณ 2 กิโลเมตร เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้วางแผนและจัดกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ตามเส้นทางที่คาดว่าจะใช้ในการกระทำความผิด จนสามารถสกัดจับรถยนต์ทั้ง 3 คันไว้ได้พร้อมผู้ต้องหาและของกลาง

จากการสอบสวน ผู้ต้องหาที่ 1 ถึงผู้ต้องหาที่ 5 ให้การรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างให้เดินทางไปรับบุคคลต่างด้าวจากพื้นที่ภาคใต้ตอนบน เพื่อลำเลียงไปส่งยังพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ก่อนเดินทางต่อไปยังประเทศที่สาม

โดยได้รับค่าจ้างครั้งละ 7,500 บาท และเคยกระทำในลักษณะดังกล่าวมาแล้วจำนวน 3 ครั้ง จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมในครั้งนี้

จากพฤติการณ์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหาที่ 1 ถึงผู้ต้องหาที่ 5 ว่า “ร่วมกันรู้ว่าคนต่างด้าวผู้ใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย แล้วให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม” อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 64 และแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหาที่ 6 ถึงผู้ต้องหาที่ 24 ว่า “เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดจัดทำบันทึกการจับกุม และนำส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรชะอวด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ จากการสืบสวนพบว่าผู้ต้องหามีการแบ่งหน้าที่กันอย่างเป็นระบบ มีทั้งรถนำทำหน้าที่ตรวจสอบและเคลียร์เส้นทาง และรถลำเลียงบุคคลต่างด้าวซึ่งผ่านการดัดแปลงสมรรถนะเครื่องยนต์ให้มีกำลังสูงขึ้นเพื่อรองรับการบรรทุกน้ำหนักจำนวนมาก ติดตั้งฟิล์มกรองแสงชนิดทึบ และเลือกใช้ช่วงเวลากลางคืนในการเดินทางเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจค้น อันเป็นพฤติการณ์ที่แสดงให้เห็นถึงการกระทำความผิดในลักษณะเป็นขบวนการ

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถวางแผนปฏิบัติการตามยุทธวิธีของตำรวจทางหลวงได้อย่างรัดกุม จนสามารถเข้าควบคุมรถนำและรถลำเลียงบุคคลต่างด้าวทั้ง 2 คัน รวมจำนวน 3 คัน ได้สำเร็จ ภายใต้ปฏิบัติการ “Fast74 Shadowless Road : ถนนไร้เงา”

จากการสอบถามคำให้การเบื้องต้นให้การ ชั้นจับกุม จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาที่ 1 ถึงผู้ต้องหาที่ 5 ให้การรับสารภาพโดยสอดคล้องกันว่า ได้รับการว่าจ้างให้ร่วมกันลำเลียงแรงงานเถื่อนสัญชาติเมียนมาจากพื้นที่ภาคใต้ตอนบน เพื่อลำเลียงไปส่งยังพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ก่อนเดินทางต่อไปยังประเทศที่สาม

โดยได้รับค่าจ้างครั้งละ 7,500 บาท และได้กระทำในลักษณะดังกล่าวมาแล้วจำนวน 3 ครั้ง ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมได้พร้อมผู้ร่วมขบวนการและของกลาง ส่วนผู้ต้องหาที่ 6 ถึงผู้ต้องหาที่ 24 ให้การรับว่าเป็นบุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมาร์ที่เดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง