วันนี้ (13 ก.ค. 69) ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการตำรวจทางหลวง ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา
1. นางสาววรางคณา อายุ 25 ปี สัญชาติไทย ผู้ถูกจับที่ 1
2. นายวรกร อายุ 19 ปี สัญชาติไทย ผู้ถูกจับที่ 2
3. นายอติชาติ อายุ 34 ปี สัญชาติไทย ผู้ถูกจับที่ 4
4. นายแลน อายุ 39 ปี สัญชาติเมียนมา ผู้ถูกจับที่ 3
5. นายลี ยา ซอ อายุ 31 ปี สัญชาติเมียนมา ผู้ถูกจับที่ 5
6. นายเคียว ลิน อู อายุ 26 ปี สัญชาติเมียนมา ผู้ถูกจับที่ 6
7. นายซิม มิน ทู อายุ 30 ปี สัญชาติเมียนมา ผู้ถูกจับที่ 7
8. นายมายเว อู อายุ 31 ปี สัญชาติเมียนมา ผู้ถูกจับที่ 8
9. นายเฮง เอ ออง อายุ 19 ปี สัญชาติเมียนมา ผู้ถูกจับที่ 9
10. นางสาวเฮง เฮ ออง อายุ 19 ปี สัญชาติเมียนมา ผู้ถูกจับที่ 10
11. นายซันโคอู อายุ 19 ปี สัญชาติเมียนมา ผู้ถูกจับที่ 11
12. นายตาโป อายุ 20 ปี สัญชาติเมียนมา ผู้ถูกจับที่ 12
13. นายเมียง มิน ไค อายุ 19 ปี สัญชาติเมียนมา ผู้ถูกจับที่ 13
14. นายโซไน อายุ 46 ปี สัญชาติเมียนมาร์ ผู้ถูกจับที่ 14
15. นายมงมงเวียง อายุ 19 ปี สัญชาติเมียนมา ผู้ถูกจับที่ 15
16. นายมิน ออง โซ อายุ 22 ปี สัญชาติเมียนมา ผู้ถูกจับที่ 16
17. นายธนจอ อายุ 26 ปี สัญชาติเมียนมา ผู้ถูกจับที่ 17
18. นายซอเมียวนาย อายุ 33 ปี สัญชาติเมียนมา ผู้ถูกจับที่ 18
19. นายอุ้ยบิวไน อายุ 31 ปี สัญชาติเมียนมา ผู้ถูกจับที่ 19
20. นายบิว เม ซุย อายุ 33 ปี สัญชาติเมียนมา ผู้ถูกจับที่ 20
21. นายซอมิว อายุ 23 ปี สัญชาติเมียนมา ผู้ถูกจับที่ 21
22. นายซอ ซอ มิ อายุ 19 ปี สัญชาติเมียนมา ผู้ถูกจับที่ 22
23. นายมองซู อายุ 19 ปี สัญชาติเมียนมา ผู้ถูกจับที่ 23
24. นางสาวเซมาแอน อายุ 19 ปี สัญชาติเมียนมา ผู้ถูกจับที่ 24
โดยกล่าวหาว่า ผู้ต้องหาที่ 1 ถึงที่ 5 ว่า“รู้ว่าแรงงานเถื่อนคนใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการ” อันเป็นการฝ่าฝืน ม.64 พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522,ผู้ต้องหาที่ 6 ถึงที่ 24 โดยกล่าวหาว่า “ เป็นแรงงานเถื่อนเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต
พร้อมตรวจยึดของกลาง
1. รถยนต์นั่งส่วนบุคคล สีน้ำตาล จำนวน 1 คัน
2. รถยนต์นั่งส่วนบุคคล สีดำ จำนวน 1 คัน
3. รถยนต์นั่งส่วนบุคคล สีเทา จำนวน 1 คัน
4. โทรศัพท์เคลื่อนที่ สีเทา จำนวน 1 เครื่อง
5. โทรศัพท์เคลื่อนที่ สีขาว จำนวน 1 เครื่อง
6. โทรศัพท์เคลื่อนที่ สีเขียว จำนวน 1 เครื่อง
7. โทรศัพท์เคลื่อนที่ สีดำ จำนวน 1 เครื่อง
8. โทรศัพท์เคลื่อนที่ สีเขียว จำนวน 1 เครื่อง
โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณ ทล.41 กม.346 ในพื้นที่ ต.เกาะขันธ์ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับข้อมูลจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ว่า จะมีขบวนการลักลอบนำพาแรงงานเถื่อนสัญชาติเมียนมาหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ใช้รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ทำหน้าที่เป็นรถนำคอยตรวจสอบและเคลียร์เส้นทางล่วงหน้า
ขณะที่รถยนต์อื่น ๆ ทำหน้าที่ลำเลียงบุคคลต่างด้าว โดยขับเว้นระยะห่างจากรถนำประมาณ 2 กิโลเมตร เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้วางแผนและจัดกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ตามเส้นทางที่คาดว่าจะใช้ในการกระทำความผิด จนสามารถสกัดจับรถยนต์ทั้ง 3 คันไว้ได้พร้อมผู้ต้องหาและของกลาง
จากการสอบสวน ผู้ต้องหาที่ 1 ถึงผู้ต้องหาที่ 5 ให้การรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างให้เดินทางไปรับบุคคลต่างด้าวจากพื้นที่ภาคใต้ตอนบน เพื่อลำเลียงไปส่งยังพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ก่อนเดินทางต่อไปยังประเทศที่สาม
โดยได้รับค่าจ้างครั้งละ 7,500 บาท และเคยกระทำในลักษณะดังกล่าวมาแล้วจำนวน 3 ครั้ง จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมในครั้งนี้
จากพฤติการณ์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหาที่ 1 ถึงผู้ต้องหาที่ 5 ว่า “ร่วมกันรู้ว่าคนต่างด้าวผู้ใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย แล้วให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม” อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 64 และแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหาที่ 6 ถึงผู้ต้องหาที่ 24 ว่า “เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดจัดทำบันทึกการจับกุม และนำส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรชะอวด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ จากการสืบสวนพบว่าผู้ต้องหามีการแบ่งหน้าที่กันอย่างเป็นระบบ มีทั้งรถนำทำหน้าที่ตรวจสอบและเคลียร์เส้นทาง และรถลำเลียงบุคคลต่างด้าวซึ่งผ่านการดัดแปลงสมรรถนะเครื่องยนต์ให้มีกำลังสูงขึ้นเพื่อรองรับการบรรทุกน้ำหนักจำนวนมาก ติดตั้งฟิล์มกรองแสงชนิดทึบ และเลือกใช้ช่วงเวลากลางคืนในการเดินทางเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจค้น อันเป็นพฤติการณ์ที่แสดงให้เห็นถึงการกระทำความผิดในลักษณะเป็นขบวนการ
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถวางแผนปฏิบัติการตามยุทธวิธีของตำรวจทางหลวงได้อย่างรัดกุม จนสามารถเข้าควบคุมรถนำและรถลำเลียงบุคคลต่างด้าวทั้ง 2 คัน รวมจำนวน 3 คัน ได้สำเร็จ ภายใต้ปฏิบัติการ “Fast74 Shadowless Road : ถนนไร้เงา”
จากการสอบถามคำให้การเบื้องต้นให้การ ชั้นจับกุม จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาที่ 1 ถึงผู้ต้องหาที่ 5 ให้การรับสารภาพโดยสอดคล้องกันว่า ได้รับการว่าจ้างให้ร่วมกันลำเลียงแรงงานเถื่อนสัญชาติเมียนมาจากพื้นที่ภาคใต้ตอนบน เพื่อลำเลียงไปส่งยังพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ก่อนเดินทางต่อไปยังประเทศที่สาม
โดยได้รับค่าจ้างครั้งละ 7,500 บาท และได้กระทำในลักษณะดังกล่าวมาแล้วจำนวน 3 ครั้ง ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมได้พร้อมผู้ร่วมขบวนการและของกลาง ส่วนผู้ต้องหาที่ 6 ถึงผู้ต้องหาที่ 24 ให้การรับว่าเป็นบุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมาร์ที่เดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต