ห้องข่าวภาคเที่ยง - โครงการเกือบ 300 ล้านบาท ของกรมโยธาธิการและผังเมือง สร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมเกือบแล้วเสร็จ แต่มี 3 ช่วงที่ก่อสร้างไม่ได้ กลายเป็นฟันหลอ เพราะมีบ้าน 1 หลัง และโรงงานเอกชน ใช้สิทธิตามกฎหมาย ไม่ยอมให้ก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมผ่านที่ดินของตนเอง ติดตามจาก คุณหนึ่ง อรรถพล ดวงจินดา ใน "คอลัมน์หมายเลข 7"
เป็นเสียงความเดือดร้อนของชาวบ้านในพื้นที่ เขตเทศบาลตำบลนครชัยศรี อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม สะท้อนผ่านผู้นำชุมชน กับความเป็นจริงที่ต้องพบเจอในฤดูน้ำหลากในแต่ละปี
การได้มาของงบประมาณโครงการใหญ่ ช่วยให้ชาวบ้านดีใจ หวังแก้ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ ด้วยการก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วม ทว่ากลับดีใจได้ไม่นาน ต้องเผชิญกับความจริง เพราะ กรมโยธาธิการและผังเมือง ก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วม ไม่ได้ตามรูปแบบรายการที่ขอใช้จ่ายเงินแผ่นดิน มีแนวเขื่อนที่ก่อสร้างเว้นไว้ให้เป็นฟันหลอ ในโครงการก่อสร้างระบบป้องกันน้ำท่วม พื้นที่ชุมชนนครชัยศรี ระยะที่ 1
ประเด็นปัญหานี้ หลายหน่วยงานในพื้นที่ที่มีส่วนรับผิดชอบ จำยอมอ่อนข้อ เว้นว่างแนวเขื่อนไม่สร้างต่อ ความยาว 147 เมตร ตามความประสงค์ของเจ้าของบ้านและเอกชน รวม 3 จุด ทั้งที่โครงการนี้ ระยะที่ 1-2 ก่อสร้างใกล้แล้วเสร็จ ความยาวประมาณ 950 เมตร
ประเด็นนี้นำมาสู่การร่วมกันแก้ปัญหา โดย สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 7, ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครปฐม สำนักตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดนครปฐม, สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขานครปฐม, สำนักงานโยธาธิการและผังเมือง จังหวัดนครปฐม และตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ รวมถึงเครือข่ายภาคประชาชน เข้ามาร่วมติดตามแก้ไขปัญหานี้ โดย ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครปฐม ได้เปิดปฏิบัติการเฝ้าระวังงบประมาณแผ่นดิน โครงการโครงสร้างพื้นฐานระดับ 100 ล้านบาทขึ้นไป ประจำปีงบประประมาณ พ.ศ.2569 ยกขึ้นมาตรวจสอบ และหาแนวทางแก้ไขปัญหา
หลังจากเจ้าภาพโครงการ คือ โยธาธิการและผังเมือง จังหวัดนครปฐม ยอมรับว่า ไม่สามารถก่อสร้างแนวเขื่อนป้องกันน้ำท่วมในแม่น้ำท่าจีน ให้ยาวต่อเนื่องกันทั้ง 950 เมตร ตามแบบก่อสร้างในสัญญาได้ เพราะเจ้าของบ้าน 1 หลัง และเอกชน รวม 3 จุด ใช้สิทธิตามกฎหมาย ไม่ยินยอมให้ก่อสร้างเขื่อนฯ ผ่านหน้าบ้าน บดบังทัศนียภาพแม่น้ำท่าจีน จึงต้องแก้แบบ และแก้ไขสัญญา
โครงการนี้ เป็น 1 ในหลายโครงการ ที่ใช้งบประมาณตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนป้องกันน้ำท่วม ที่กรมโยธาธิการและผังเมือง ตั้งใจสร้างแนวเขื่อนป้องกันน้ำท่วมในแม่น้ำท่าจีน ความยาวประมาณ 950 เมตร
โดยแยกเป็นโครงการระยะที่ 1 และ 2 เพราะต้องแบ่งย่อยตามงบประมาณที่ได้รับในแต่ละปี ไม่เกินโครงการละ 300 ล้านบาท งบประมาณผูกพันไม่เกิน 3 ปี ปัจจุบันโครงการนี้ ระยะที่ 1 เหลือเวลาไม่ถึง 1 เดือน จะสิ้นสุดสัญญาในวันที่ 6 สิงหาคม 2569 เอกชนคู่สัญญาต้องส่งมอบงานให้กรมโยธาธิการและผังเมือง เจ้าของโครงการ ตามที่ขอใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน 267,180,000 บาท ระยะเวลาดำเนินการ 730 วัน
คอลัมน์หมายเลข 7 โดย คุณสมโภชน์ โตรักษา ที่ร่วมฟังการชี้แจงของหน่วยงานเจ้าของโครงการ โยธาธิการและผังเมือง จังหวัดนคนปฐม เห็นความผิดปกติของโครงการขนาดใหญ่นี้ ที่มีการก่อสร้างไปแล้ว แต่มีการแก้ไขสัญญาตามความต้องการของชาวบ้านบางคน และเอกชนบางราย เพราะชาวบ้านไม่ยินยอม จึงต้องมีการแก้ไขแบบและสัญญา การใช้เงินแผ่นดินจึงอาจไม่ตรงตามวัตถุประสงค์
พื้นที่บริเวณนี้ชาวบ้านต่างกังวล หากเกิดน้ำท่วมในจุดที่เขื่อนเป็นฟันหลอทั้ง 3 จุด ความยาว 147 เมตร ของแนวเขื่อนป้องกันน้ำท่วมแม่น้ำท่าจีน จะทำให้โครงการนี้ไม่เกิดประโยชน์ตรงตามวัตถุประสงค์
จึงเป็นคำถามถึง กรมโยธาธิการและผังเมือง เจ้าของโครงการ ว่าแนวเขื่อนป้องกันน้ำท่วมนี้ จะต้องเชื่อมต่อกันทั้ง 2 ระยะ ตามแผนการใช้จ่ายเงินแผ่นดิน ที่สูงถึง 563,980,000 ล้านบาท จะเกิดประโยชน์สูงสุด และสามารถป้องกันน้ำท่วมได้ตรงวัตถุประสงค์ของโครงการนี้หรือไม่