การสู้รบระหว่างทหารเมียนมากับฝ่ายทหารเคเอ็นแอลเอ. สร้างความเดือดร้อนมายังฝั่งไทย พบกระสุนปืนกล 11 นัด พบหางลูกกระสุนปืน ค. 1 ลูก บ้านเรือนชาวบ้านเสียหาย
วันนี้ (13 ก.ค.69) การสู้รบระหว่างทหารเมียนมา กองพลทหารราบเบาที่ 22 กับฝ่ายทหารกะเหรี่ยงอิสระแห่งชาติ (เคเอ็นแอลเอ.) ที่บริเวณบ้านมินลาปาน อ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา ตรงข้ามบ้านห้วยมหาวงศ์ ตำบลมหาวัน อ.แม่สอด จังหวัดตาก ยังคงสร้างปัญหาให้กับประชาชนชาวไทยในพื้นที่ชายแดนไทย เมียนมา โดยเฉพาะบ้านห้วยมหาวงศ์ หมู่ที่ 9 ตำบลมหาวัน ซึ่งเป็นพื้นที่อยู่ในแนวกระสุนปืนจากฝั่งเมียนมา ได้รับผลกระทบมาก ทำให้ราษฎรไทยในหมู่บ้านได้รับความเดือดร้อน การสู้รบแต่ละครั้งต้องวิ่งหาที่หลบซ่อนภายในบ้าน
ล่าสุดทหารเมียนมายังคงระดมยิงปืน ค. และอาวุธปืนกลใส่ฝ่ายกะเหรี่ยงเพื่อที่จะยึดที่มั่นให้ได้ บางครั้งใช้โดรนทิ้งระเบิด แต่ไม่สามารถยึดพื้นที่จากฝ่ายกะเหรี่ยงได้
ด้านทหารหน่วยเฉพาะกิจราชมนู อ.แม่สอด กองร้อยทหารราบที่ 1411 ฐานปฏิบัติการ บ้านแม่โกนเกน และตำรวจตระเวนชายแดน กองร้อตชด.346 อ.แม่สอด ได้เข้าไปตรวจพื้นที่ หมู่ที่ 9 พบว่า มีกระสุนปืนกลข้ามมายังฝั่งประเทศไทยกว่า 11 นัด และพบหางลูกกระสุนปืน ค.ไม่ทราบขนาดที่ระเบิดแล้ว 1 ลูก ทำให้บ้านเรือนประชาชนในหมู่ที่ 9 ได้รับความเสียหายจำนวน 4 หลังคาเรือน แต่ไม่มีผู้ใดได้รับอันตราย
อย่างไรก็ดีก่อนหน้านี้ศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านด้านเมียนมา จังหวัดตาก ออกแถลงการณ์ว่า หน่วยเฉพาะกิจราชมนู ทำหนังสือประท้วงผ่านคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย - เมียนมา (TBC)ให้ระมัดระวังในการใช้อาวุธในพื้นที่ชายแดนอย่างเคร่งครัด ขณะที่หน่วยงานความมั่นคงยังคงยึดถือ และปฏิบัติตามกฎการใช้กำลัง Rules of Engagement (ROE) อย่างเคร่งครัดเพื่อให้ทุกการปฏิบัติเป็นไปด้วยความชอบธรรม และป้องกันการเกิดผลกระทบที่อาจส่งผลเสียต่อประเทศไทย และส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน หากปฏิบัติแล้วไม่เป็นผล สามารถยกระดับการใช้กำลังตามสถานการณ์ได้