ข่าวเย็นประเด็นร้อน - กระทรวงสาธารณสุข สั่งเตรียมความพร้อมห้อง ICU ทุกโรงพยาบาลใน กทม. ประสานช่วยผู้ป่วยเหยื่อเพลิงมรณะ ร้านโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว
ยืนยันตัวเลขผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ 27 คน
อัปเดตตัวเลขผู้เสียชีวิต จากเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ข้อมูลจากสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร รายงานว่า ตัวเลขยืนยันผู้เสียชีวิต 27 คน เจ้าหน้าที่ได้นำร่างไปที่โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อดำเนินการตามกระบวนการ
ขณะที่ตัวเลขผู้บาดเจ็บ อัปเดตล่าสุด ณ เวลา 13.45 น. มีผู้บาดเจ็บ 73 คน แบ่งเป็น เคสสีแดง บาดเจ็บสาหัส 25 คน, เคสสีเหลือง บาดเจ็บปานกลาง 13 คน และเคสสีเขียว บาดเจ็บเล็กน้อย 32 คน และรอส่งตัวอีก 3 คน
โดยผู้บาดเจ็บทั้ง 73 คนนี้ ได้รับการส่งตัวไปสถานพยาบาลต่าง ๆ ได้แก่ โรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน, โรงพยาบาลราชวิถี, โรงพยาบาลวิมุต, โรงพยาบาลเปาโล เกษตร, โรงพยาบาลลาดพร้าว, โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์, โรงพยาบาลเพชรเวช, โรงพยาบาลรามาธิบดี, โรงพยาบาลเปาโล โชคชัย 4, โรงพยาบาลตำรวจ, โรงพยาบาลพระราม 9, โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า, โรงพยาบาลพญาไท 2, โรงพยาบาลจุฬาภรณ์, โรงพยาบาลซีจีเอช พหลโยธิน และโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช
สธ.สั่งเตรียมห้องไอซียู สำรองผู้ป่วย
ด้าน นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่ติดตามการรักษาที่โรงพยาบาลราชวิถี พร้อมสั่งการให้โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เตรียมความพร้อมรองรับผู้ป่วย หากมีความจำเป็นต้องส่งต่อรักษาเพิ่มเติม โดยเฉพาะหน่วยแผลไฟไหม้ และห้อง ICU
ขณะเดียวกันได้ประสานเครือข่ายโรงพยาบาลภาครัฐ สำรองเตียงรองรับผู้ป่วยเพิ่มอีก 6 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ, โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี, โรงพยาบาลวชิรพยาบาล, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช และโรงพยาบาลชลบุรี เพื่อให้สามารถรับส่งต่อผู้ป่วยวิกฤตได้ทันที หากสถานการณ์จำเป็น
ขณะที่ก รมอนามัย ลงพื้นที่ประเมินสุขภาพประชาชน ที่อยู่ในชุมชนโดยรอบ ซึ่งอาจได้รับผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจและสุขภาพ จากฝุ่นละอองและมลพิษทางอากาศจากเพลิงไหม้ครั้งนี้ เนื่องจากมีการเผาไหม้วัสดุตกแต่ง หรือวัสดุซับเสียง เช่น โพลียูรีเทน (PU) หรือพลาสติกบางชนิด เช่น พีวีซี (PVC) ทำให้ก๊าซพิษหลายชนิด เช่น ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) ก๊าซไฮโดรเจนไซยาไนด์ (HCN) ก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ (NOx) และก๊าซไฮโดรเจนคลอไรด์ (HCl)
เตือนประชาชน หากมีเขม่าควันตกค้างภายในบ้าน ควรใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสต่าง ๆ และคอยสังเกตอาการตัวเองอย่างต่อเนื่อง