เช้านี้ที่หมอชิต - นายกฯ อนุทิน ยืนไว้อาลัยกับการเสียชีวิตเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ลาดพร้าว ย้ำต้องสุ่มตรวจสถานที่ขณะเปิดบริการจริง
เป็นช่วงหนึ่งก่อนการประชุมสภา กทม. นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกุล ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำสมาชิกสภา กทม. ยืนไว้อาลัยกับการเสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้เป็นเวลา 1 นาที
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย บอกว่า หลังจากลงพื้นที่หลังเกิดเหตุเมื่อคืนวันที่ 12 กรกฎาคม จะต้องให้เวลากองพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และชุดสืบสวนที่ลงพื้นที่เก็บรายละเอียด ตรวจสอบเพื่อขยายผลก่อนจะสรุป แต่หากพบว่ากระทำผิดก็จะดำเนินการตามกฎหมาย
แต่จากที่เข้าไปในที่เกิดเหตุก็เห็นว่ามีจุดที่เป็นจุดอับหลายจุด ซึ่งเป็นจุดที่หากเกิดไฟลุกโชนขึ้นมา มันไม่เห็นทางหนีไฟ แต่จากการตรวจสอบดูเบื้องต้นแล้ว ร้านอาหารนี้มีใบอนุญาต ประกอบกิจการร้านอาหาร สามารถมีวงดนตรีสดได้ถึงเที่ยงคืนตามกฎหมาย ช่วงที่เกิดเหตุเป็นช่วงประมาณ 5 ทุ่มกว่า
ขณะที่ นายชัชชาติ บอกว่า คนเสียชีวิตส่วนใหญ่เกิดจากสำลักควัน ไม่ได้ถูกไฟคลอกหรือโครงสร้างถล่ม ไฟลุกลามขึ้นเพดานอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดกลุ่มควันจำนวนมาก อุปสรรคใหญ่ คือสิ่งกีดขวางบริเวณทางหนีไฟ และร้านดังกล่าวขออนุญาตเป็นร้านอาหารและเครื่องดนตรี ไม่ได้จดทะเบียนเป็นสถานบริการอย่างเต็มรูปแบบ เนื่องจากอยู่นอกพื้นที่ที่มีกฎหมายกำหนดไว้ 3 โซน คือ พัฒน์พงษ์ RCA และสีลม ที่จะมีกฎหมายที่เข้มงวด ต้องทำการปรับปรุง โดยต้องหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แล้วปรับคำว่าสถานบริการให้เหมาะสมกับสภาพที่เปลี่ยนไปด้วย
ซึ่งจากการสุ่มตรวจในพื้นที่ กทม. 50 เขต เมื่อเดือนเมษายน 2569 พบว่ามีทางหนีไฟ 2 ทาง มีไฟฉุกเฉินและป้ายบอกทางถูกต้องตามเช็กลิสต์ แต่ปัญหาเกิดขึ้นระหว่างการเปิดให้บริการจริง จึงอาจจะต้องมีการสุ่มตรวจให้ละเอียดมากขึ้น ให้สภาพทุกวันเหมือนกับวันที่สุ่มตรวจ
ขณะที่ กระทรวงมหาดไทย รายงานความคืบหน้าเหตุเพลิงไหม้ ว่าเบื้องต้นสันนิฐานว่า ต้นเพลิงอาจเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรบริเวณเครื่องปรับอากาศเหนือฝ้าเพดาน ก่อนที่เปลวไฟจะลุกลามอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังพบข้อบกพร่องของอาคารหลายประการ ทั้งการใช้วัสดุตกแต่งที่ไม่ทนไฟ ทางหนีไฟด้านหลังร้านถูกปิดกั้นด้วยการตั้งโต๊ะจำหน่ายสินค้า ทำให้ไม่สามารถใช้งานได้ รวมถึงประตูฉุกเฉินไม่ได้มาตรฐาน เนื่องจากเป็นประตูไม้ธรรมดา และติดป้ายข้อความ "ห้ามเปิด (เฉพาะพนักงานและเจ้าหน้าที่)" ซึ่งอาจทำให้ผู้ใช้บริการเกิดความสับสนระหว่างเกิดเหตุ
ด้านการตรวจสอบข้อกฎหมาย พบว่าร้านดังกล่าวมีการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีการแสดงดนตรี และเปิดให้มี หรือยินยอมให้มีการเต้นรำ จึงเข้าข่ายเป็น "สถานบริการ" แต่จากการตรวจสอบไม่พบว่าได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานบริการจากพนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้บัญชาการตำรวจนครบาล อีกทั้งสถานที่ตั้งยังอยู่นอกเขตพื้นที่ที่อนุญาตให้เปิดสถานบริการ (Zoning) ในกรุงเทพมหานคร
ขณะที่เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเพิ่มเติมว่าอาคารได้รับอนุญาตให้ใช้งานอย่างถูกต้องหรือไม่ รวมถึงมีการใช้อาคารผิดประเภทตามกฎหมายควบคุมอาคารหรือไม่ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป