สุดอาลัย เหยื่อเพลิงไหม้โรงเบียร์

View icon 13
วันที่ 14 ก.ค. 2569 | 06.08 น.
เช้านี้ที่หมอชิต
แชร์
เช้านี้ที่หมอชิต - ผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” ตัวเลขขยับจาก 27 คน เป็น 28 คน ครอบครัวของผู้สูญเสียพากันมาตามหาผู้สูญหายอย่างมีความหวัง แต่เมื่อได้ทราบข่าวร้ายกลั้นน้ำตาไม่ไหว ที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก

สุดอาลัย เหยื่อเพลิงไหม้โรงเบียร์
นายมานพ อายุ 49 ปี มาติดต่อเจ้าหน้าที่ศูนย์อำนวยการเพื่อตามหา นางภาณิชา หรือ "ตีตี้" ภรรยา หลังคืนเกิดเหตุมาเที่ยวโรงเบียร์กับเพื่อน จากนั้นติดต่อไม่ได้ และไม่ทราบชะตากรรม

จนได้ทราบว่าภรรยาเป็น 1 ในผู้เสียชีวิต รู้สึกเสียใจอย่างมาก เพราะเหมือนตายทั้งเป็น ยิ่งมีกระแสว่า ทางร้านล็อกประตูเพราะกลัวลูกค้าที่ยังไม่ได้จ่ายเงิน รับไม่ได้เพราะเหมือนเป็นการพยายามฆ่า กฎหมายต้องเคร่งครัด อยากให้ทางร้านรับผิดชอบให้เต็มที่

ขณะเดียวกัน คุณจา อายุ 45 ปี เพื่อนของ นางภาณิชา หรือ "ตีตี้" ก็มาลงทะเบียนให้ช่วยตามหา คุณแต้วและคุณนิ่ม และก็ได้ทราบข่าวร้ายว่า "คุณนิ่ม" เสียชีวิต เหลืออีกแค่ 1 คน ที่ยังไม่ทราบว่าอยู่ในสถานะใด ได้แต่ภาวนาขอให้เพื่อนรอดชีวิต

ส่วนบริเวณด้านหน้าจุดเกิดเหตุ มีคนนำธูปไปจุดไหว้ทำพิธีเรียกขวัญ อุทิศให้ดวงวิญญาณไปสู่สุขคติ หญิงคนนี้บอกกับทีมข่าวว่า แม้เธอจะไม่มีญาติเป็นผู้ประสบเหตุเพลิงไหม้ แต่พอเห็นข่าวก็รู้สึกสลดใจ จึงมาไหว้อุทิศส่วนกุศล แผ่เมตตาให้

ที่สถาบันนิติเวชวิทยาโรงพยาบาลตำรวจ นางจันสุดา ตันลา อายุ 49 ปี แม่ของนายฐิติวัฒน์ แก้วกัณหา หรือ ดิน อายุ 27 ปี นักร้องนำวงทศกัณฐ์ เข้ามาติดต่อหาลูกชาย เพราะเข้าใจว่าเป็นผู้เสียชีวิตถูกส่งศพมาชันสูตร แต่ไม่มีรายชื่อ หลังจากนั้นทำให้คุณแม่มีความหวัง เดินทางออกไปติดต่อตามหาลูกชายอีก 2 โรงพยาบาล

และสุดท้าย โรงพยาบาลราชวิถี ติดต่อไปยังคุณแม่ ว่า นายฐิติวัฒน์ ยังไม่เสียชีวิต รักษาตัวในห้อง ICU มีบาดแผลไฟไหม้ทั้งตัว 80 % ตอนนี้ใส่เครื่องช่วยหายใจ รอดูวันต่อวัน เป็นผู้ป่วยอาการสาหัส

สำหรับยอดผู้เสียชีวิต จากเหตุเพลิงไหม้ อัปเดตล่าสุดเวลา 18.11 น. มีผู้เสียชีวิต 28 คน ชาย 10 คน หญิง 18 คน
ผู้บาดเจ็บ รวม 71 คน
- อาการสาหัส 25 คน เป็นชาย 12 คน หญิง 13 คน
- ปานกลาง  14 คน ชาย 6 คน หญิง 8 คน
- เล็กน้อยกลับบ้านแล้ว 32 คน ชาย 14 คนหญิง 18 คน 

ญาติรับ 4 ศพแรก เหตุเพลิงไหม้ ย่านลาดพร้าว
สำหรับผู้เสียชีวิต 28 คน เมื่อวานนี้  ครอบครัวทยอยไปติดต่อขอรับร่างเพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนาท่ามกลางความโศกเศร้า  เริ่มจาก สิบโท พิษณุ แตงโสภา สารวัตรทหาร ครอบครัวนิมนต์พระภิกษุ 1 รูป เชิญดวงวิญญาณรับศพกลับไปบำเพ็ญกุศลบ้านพัก อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี แม่ร้องไห้ตลอดเวลา ใช้มือแตะที่โลงศพพร้อมกล่าวทั้งน้ำตา "กลับบ้านนะลูก" จากนั้นก็เดินทางออกไป

ต่อมาครอบครัวรับศพ นางสาวมณีรัตน์ อายุ 38 ปี  เพื่อนำไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์

และที่เหลืออีก 2 ร่าง คือ นายอภินันท์ อายุ 33 ปี และ สิบตำรวจตรีหญิง เปรมมิกา ตำรวจสันติบาล ครอบครัวได้รับกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่จังหวัดชัยภูมิ และเชียงราย

ส่วนที่ สน.พหลโยธิน นอกจากการประชุมติดตามความคืบหน้าคดี ก็ยังครอบครัวผู้ประสบเหตุ ทยอยไปให้ปากคำกับตำรวจ นายพิษณุ นิ่มเมี้ยน อายุ 31 ปี บอกว่า แฟนสาวถูกไฟคลอกอาการสาหัส ต้องประเมินวันต่อวัน ตอนนี้กังวลเรื่องค่ารักษา เนื่องจากแฟนสาวไม่มีประกัน ต้องการให้ทางร้านออกมาแสดงความรับผิดชอบ

เหตุที่เกิดขึ้น มองว่าสถานบันเทิงควรมีทางหนีไฟที่มากกว่านี้ ควรมีป้ายบอกทางหนีไฟที่ชัดเจน เพราะร้านทางเข้า-ออกมีขนาดเล็กมาก ยิ่งมีกระแสข่าวว่าล็อกประตูหนีไฟ เพื่อป้องกันลูกค้าไม่จ่ายเงินหนี ยิ่งเป็นสิ่งไม่สมควร ไม่ควรให้ความสำคัญกับเรื่องค่าใช้จ่ายมากกว่าความปลอดภัยของชีวิตผู้คน เมื่อเกิดความสูญเสียใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ

ด้านนายติ๊ก นักร้องวงทศกัณฐ์ อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า ต้นเพลิงเกิดขึ้นหลังเวทีแสดง มือกีต้าร์และคีย์บอร์ดที่เสียชีวิต เห็นกลุ่มควันคนแรก ตะโกนบอกทุกคนให้วิ่งหนี เพราะที่ผ่านมาพบระบบไฟฟ้าดับบ่อยครั้งทุกคืนวันศุกร์ ไม่คิดไม่ถึงว่าจะเป็นสัญญาณเตือนภัย หลังจากนั้นทุกคนก็วิ่งหนีเอาชีวิตรอด ในเวลานั้นกลุ่มควันเริ่มหนาทึบและไฟเริ่มลุกไหม้อย่างรวดเร็ว ตอนเองรอดมาได้เพราะมาเข้าห้องน้ำ อยู่ใกล้ประตูหนีไฟจึงรอดมาได้ หากออกมาช้าเพียง 5 วินาที ก็อาจไม่รอด

เมื่อหนีออกมาได้ พบมีเหตุระเบิดซ้ำที่หลังร้านบริเวณห้องครัว เปลวไฟพุ่งทะลักออกมาตามประตูหลังทุกบานในลักษณะเดียวกับภาพไฟพุ่งที่ปรากฏบริเวณหน้าร้าน อัดเข้าแผ่นหลังของมือซาวด์ ซึ่งพยายามจะหนีเอาชีวิตรอดออกมาประตูด้านหลัง ประตูหนีไฟบริเวณห้องครัว มีเพียงนักร้องและพนักงานเสิร์ฟเท่านั้นที่รู้เท่านั้น

แต่ก่อนทางร้านจะให้นักดนตรี เข้า-ออกที่ประตูหน้าห้องน้ำ แต่ระยะหลังกลับมีคำสั่งปิดห้ามเข้า-ออกประตูนี้อย่างเด็ดขาด ให้แม่บ้านตั้งโต๊ะเก้าอี้ขายของจนกีดขวางทาง

นายชนะชัย เผยด้วยเสียงสะอื้นเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากจะให้เกิด สำหรับตนเองรู้สึกใจสลายอย่างมาก เพราะตอนเกิดเหตุ เจอพี่บรีส นักร้องนำผู้หญิง ในสภาพหมดสติ เห็นเจ้าหน้าที่และเพื่อน ๆ ช่วยกันปั๊มหัวใจ แต่สุดท้ายก็ยื้อชีวิตไม่ได้ ทำให้ตนเองรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก เพราะทำร่วมกันสร้างวงมานานกว่า 10 ปี สภาพจิตใจพังทลาย อาจไม่กลับมาร้องเพลงหรือทำอาชีพนักดนตรีอีก

เจ้าตัวยังฝากสะท้อนบทเรียนไปถึงผู้ประกอบการสถานบันเทิง และนักท่องเที่ยวทุกคนว่า หลังจากนี้ทุกฝ่ายต้องเข้มงวดเรื่องระบบความปลอดภัย เซฟตัวเองให้มากที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียซ้ำรอยอีก ส่วนเจ้าของร้านยืนยันว่า ตอนเกิดเหตุตนเองเห็นเจ้าของร้านออกมาด้านนอก ยังมีชีวิต เจ้าของร้านยืนอยู่ข้าง ๆ ตนเอง

ขณะที่เพจฯ "โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว" โพสต์กราบขออภัยผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมส่งช่องทางติดต่อของทางร้าน ยืนยันว่า เจ้าของร้าน ยังไม่เสียชีวิต ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการรักษาตัวในห้อง ICU เนื่องจากได้รับบาดเจ็บสาหัส พร้อมมีการยืนยันจะให้ความร่วมมือทุกหน่วยงาน ในการประสานช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบอย่างเต็มความสามารถ