เช้านี้ที่หมอชิต - ตำรวจเริ่มตั้งคดีเหตุเพลิงไหม้ร้านอาหารกึ่งผับย่านลาดพร้าว ไว้ที่เรื่องกระทำการโดยประมาท จากหลายเหตุผล ทั้งเรื่องการติดตั้งเบรกเกอร์ไว้บนฝ้าเพดาน และเรื่องประตูทางออกฉุกเฉิน ที่สงสัยว่าอาจมีการล็อกกุญแจไว้ ตามกระแสข่าวที่มีการอ้างเรื่อง ป้องกันคนกินแล้วไม่จ่ายเงิน
นี่คือข้อสันนิษฐานเบื้องต้น ถึงสาเหตุว่าทำไมประตูหนีไฟเปิดไม่ได้ อาจเพราะเป็นคำสั่งของร้านก่อนหน้านี้ กลัวว่าลูกค้าที่ไม่ชำระเงิน จะหนีออกทางประตูหนีไฟ
ประเด็นนี้ทำให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งลงพื้นที่ในคืนเกิดเหตุ ถึงกับส่ายหัว
แต่ข้อมูลตรงนี้ขัดแย้งกับฝั่งข้อมูลของหนึ่งผู้รอดชีวิต คือนักร้องนำวงทศกัณฑ์ เปิดใจในรายการมีเรื่องต้องคุยว่า เขารอดชีวิตมาได้เพราะเข้าห้องน้ำ ขณะกำลังจะเดินออกจากห้องน้ำ ได้ยินเสียงแก้วแตก แต่เมื่อชะโงกหน้าไปดู กลับพบผู้คนวิ่งหนีตายมาทางประตูหนีไฟจำนวนมาก จึงตัดสินใจหนีออกทางประตูหนีไฟด้านหลัง
ส่วนสภาพร้านที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ ตัวเพลิงสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงบนฝ้าเพดานเป็นส่วนใหญ่ แต่ความเสียหายที่แผ่ลงมาถึงด้านล่างไม่มาก แต่ก็เพียงพอต่อการทำให้มีผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิต ประกอบกับมีคำให้การพยานหลายคน ที่พูดตรงกันว่าสังเกตเห็นเพลิงลุกไหม้มาจากด้านบนเพดาน
ด้าน พลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายร้านอาหาร โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว บอกว่าได้มอบหมายให้ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ตรวจสอบบริเวณเพดานทั้งหมด หลังพบหลักฐานสำคัญบางอย่างที่อาจบ่งชี้สาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ได้
ส่วนการตรวจสอบประวัติการขออนุญาตก่อสร้าง และการต่อเติม พบอาคารเปลี่ยนผู้ประกอบการหลายครั้ง และอาคารแห่งมีอายุการใช้งานมาแล้ว 53 ปี
เรื่องการดำเนินคดี ได้สั่งตั้งคณะพนักงานสอบสวนร่วม ระหว่าง กองบัญชาการตำรวจนครบาล 2 และ สน.พหลโยธิน รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด และให้ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ตรวจสอบข้อเท็จจริงทุกมิติ ทั้งเรื่องวัสดุที่ใช้ต่อเติมอาคาร ระบบไฟฟ้า และคุณภาพของอุปกรณ์ แบ่งแนวทางสอบสวนเป็นหลายกลุ่ม ได้แก่ เจ้าของกิจการ หุ้นส่วน ผู้จัดการ พนักงาน ลูกจ้าง ไปจนถึงช่างผู้รับเหมาที่เกี่ยวข้องกับการตกแต่งต่อเติมอาคาร
อีกประเด็นที่ถูกพูดถึงคือกระแสข่าวว่าเจ้าของร้านฯ เป็นน้องชายของ ผู้กำกับการ สน. ใกล้เคียง ผบ.ตร. บอกว่า ยังไม่ได้รับรายงานข้อเท็จจริง แต่ยืนยันว่าจะไม่มีการใช้อิทธิพล หรือให้ความช่วยเหลืออย่างแน่นอน
ด้าน นายอมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย ไปดูสภาพที่เกิดเหตุ พร้อมกับวิเคราะห์ว่า สภาพอาคารที่เป็นห้องปิดทึบ เพดานต่ำ และการใช้วัสดุตกแต่งภายในที่อาจไวไฟ เป็นปัจจัยเร่งให้เกิดปรากฏการณ์ "Flashover" (แฟลชโอเวอร์) และ "Backdraft" (แบ็กดราฟ) เกิดเพลิงลุกลามทั่วห้องในเวลาแค่ 3-4 นาที ผู้ประสบเหตุที่เสียชีวิต คาดว่าเกิดจากการสูดดมก๊าซพิษ อีกทั้งมีรายงานพยานหลักฐานว่า ระบบสปริงเกอร์ไม่ทำงาน
ขณะที่ ฝ่ายสืบสวน และตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ได้เชิญตัวหนึ่งในพนักงานร้านเข้าให้ข้อมูลเรื่องแผนผังภายในร้าน โดยใช้เวลากันประมาณ 1 ชั่วโมง หลังให้ข้อมูลเสร็จ ทีมข่าวพยายามเข้าไปสอบถามในหลาย ๆ ประเด็น แต่เจ้าตัวไม่ตอบคำถามอะไร แล้วรีบขึ้นรถหนีไปทันที
สำหรับร้านอาหารกึ่งผับ "โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว" จากการตรวจสอบ พบข้อมูลทะเบียนนิติบุคคลเป็นบริษัท เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน ปี 2567 ทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท มีสถานะยังดำเนินกิจการ
มีสำนักงานใหญ่อยู่ อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร โดยร้านที่เกิดเหตุ "เป็น สาขา 1" ตั้งอยู่ที่เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ลักษณะธุรกิจระบุเป็น "การบริการด้านอาหารในภัตตาคารและร้านอาหาร" มีหุ้นส่วน 2 คน เฉพาะงบการเงินปีแรก ก็มีรายได้กว่า 15 ล้านบาท กำไรเกือบ 1 ล้านบาท
ข้อมูลตามรายงานข่าวระบุว่า เจ้าของร้านปัจจุบัน ยังเคยเปิดร้านอาหารกึ่งผับอีกแห่งอยู่ในจังหวัดยโสธร โดยร้านนี้เคยเกิดเหตุเพลิงไหม้ เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2562 แต่เหตุการณ์นั้นไม่มีผู้เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บ
ซึ่งข้อมูลนี้เป็นอีกประเด็นที่ คณะพนักงานสอบสวนได้สั่งให้มีการตรวจสอบอย่างละเอียด เพราะพบข้อเท็จจริงว่า ตัวอาคารถูกใช้งานมานาน มีการเปลี่ยนเจ้าของกิจการหลายช่วง ต้องตรวจสอบกับทางเขต ว่าในแต่ละช่วง มีการขออนุญาตปรับปรุงต่อเติมอาคารอย่างถูกต้องตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร หรือไม่
ส่วนการขอใบอนุญาตประกอบกิจการสถานบันเทิง เบื้องต้นพบว่า ได้ขออนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
สำหรับการเข้าเก็บหลักฐานในครั้งนี้ สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจใช้เวลานานกว่า 4 ชั่วโมง เพราะต้องเก็บหลักฐานให้ละเอียดรอบคอบและครบถ้วน คาดว่าน่าจะใช้เวลาประมาณ 7 วัน ถึงจะรู้ผลสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้