พบผู้ต้องสงสัยเพิ่ม ขบวนการ "พ่อทิพย์"

View icon 24
วันที่ 14 ก.ค. 2569 | 07.12 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - คดีขบวนการ "พ่อทิพย์" ที่เป็นการแจ้งเกิดเท็จฯ ให้กับเด็กต่างชาติ ก่อนประชุมเหลือผู้ต้องหาที่ต้องตามจับกุมอีกแค่ 2 คน คนหนึ่งอยู่ไทย อีกคนคาดว่าหนีกลับไปจีนแล้ว แต่พอหลังการประชุม พบผู้ต้องสงสัยรายใหม่อีก 13 คน ที่ต้องตามตัวมาสอบสวนเพิ่ม

พลตำรวจเอก สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เรียกประชุมร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคีเครือข่ายปราบปรามการทุจริตทางทะเบียนราษฎร์ ทั้งกรมการปกครอง DOPA N.I.C.E, ปปง., ปปท., DSI, กองพิสูจน์หลักฐาน กลุ่มงานดีเอ็นเอ, กองการต่างประเทศ, ตม. และกระทรวงพัฒนาสังคมฯ ที่กองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 8 เพื่อขยายผลปฏิบัติการ "ถอดเกล็ดมังกร" ขบวนการใช้ "พ่อไทยทิพย์" สวมสิทธิ์แจ้งเกิดบุตรโดยมิชอบ

ในส่วนคดีเดิมที่เชื่อมโยงกับผู้ต้องหาหลัก 2 คน คือ นางสาวสุนีย์ เจ้าหน้าที่เวชระเบียนของโรงพยาบาลเอกชน และ นางสาวศิริพร เจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนสำนักงานเขต

ซึ่งมีเด็กที่ถูกแจ้งเกิดโดยมิชอบ 62 คน ดำเนินการตรวจสอบเด็กแล้ว 19 คน นำไปสู่การออกหมายจับผู้เกี่ยวข้อง 35 หมาย จับกุมตัวแล้ว 33 คน อย่างไรก็ตาม ยังเหลือเด็กอีก 43 คน ที่เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายผลผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

นอกจากนี้ ยังพบเด็กต้องสงสัยล็อตใหม่อีก 13 คน ที่จดทะเบียนโดยพ่อทิพย์คนเดียวกัน และเกี่ยวข้องกับโรงพยาบาลเอกชน 5 แห่ง สำนักงานเขต 5 แห่ง ที่เจ้าหน้าที่จะต้องขยายผลเพิ่มเติมว่ามีบุคคลใดเกี่ยวข้อง

อีกประเด็นสำคัญ คือ เริ่มมีหญิงต่างชาติพร้อมบุตร อย่างน้อย 2 ครอบครัว เข้าพบเจ้าหน้าที่ เพื่อขอเพิกถอนสัญชาติไทย หลังทราบข่าวขบวนการดังกล่าวจากสื่อมวลชน

โดยยอมรับว่าเคยใช้บริการ "พ่อทิพย์" เพื่อดำเนินการด้านเอกสาร ซึ่งได้ให้ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 8 สอบปากคำหญิงต่างชาติทั้ง 2 คน ให้ละเอียด ว่ารู้หรือไม่ว่ากระบวนการดังกล่าวผิดกฎหมาย และกันไว้เป็นพยาน เพื่อขยายผลเครือข่ายนี้เพิ่มเติม

ส่วนที่ว่าจะยกระดับเป็นคดีอาชญากรรมข้ามชาติหรือไม่ ยังอยู่ระหว่างหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่จากการประสานงานกับสถานเอกอัครราชทูตจีน เบื้องต้นพบว่าพ่อแม่ชาวจีนที่ถูกดำเนินคดี ไม่มีประวัติอาชญากรรมมาก่อน ในทางกลับกันกลับพบว่าพ่อทิพย์ชาวไทยมีประวัติอาชญากรรม

สำหรับเด็ก 19 คน ที่พ่อแม่ถูกดำเนินคดีไปก่อนหน้านี้ วันนี้ได้เชิญผู้แทนกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มาร่วมตรวจสอบสถานะปัจจุบันของเด็ก พบว่าเด็กทั้ง 19 คน มีญาติรับไปเลี้ยงดูทั้งหมด และหากแม่ชาวจีนได้รับการประกันตัวในชั้นศาลแล้ว จะถูกเพิกถอนสัญชาติ ก่อนถูกส่งตัวไปที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งก็สามารถขอประกันตัวออกมาสู้คดีได้

ขณะที่ นายปิยรัฐ จงเทพ หรือ โตโต้ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ยื่นข้อมูลและเอกสารต่อ พล.ต.ต.ธีระชัย ชำนาญหมอ รองผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ เพื่อขอให้ตรวจสอบกรณีพบบุคคลต้องสงสัยเกี่ยวกับการออกสูติบัตรให้บุตรของชาวจีน โดยระบุว่าเป็นคนละกรณีกับคดี "พ่อทิพย์" แต่มีพฤติการณ์ในลักษณะคล้ายคลึงกัน

ลักษณะเป็นการยื่นขอสูติบัตร ทั้งที่เอกสารประกอบการแจ้งเกิดไม่ครบถ้วน ขณะที่ผู้ไปแจ้งเกิดกลับเป็นเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล ไม่ใช่บิดา หรือมารดาของเด็ก มองว่าลักษณะเช่นนี้อาจไม่ได้เกิดขึ้นเพียงโรงพยาบาลแห่งเดียว แต่มีความเป็นไปได้ว่าจะเกิดขึ้นในหลายแห่ง

ทั้งนี้จากการตรวจสอบในเอกสาร ยังพบมีชายไทยเป็นพ่อเด็ก แต่บุคคลดังกล่าวไม่เคยปรากฏตัวทั้งในวันแจ้งเกิด และในขั้นตอนการดำเนินการขอเอกสารราชการอื่น ๆ ซึ่งตอนนี้มีหลักฐานที่ชัดเจน 1 กรณี ที่พบมีการออกใบสูติบัตรแล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง