ห้องข่าวภาคเที่ยง - มีประเด็นดรามาในโซเชียลฯ ที่คนเห็นคลิปตำรวจแล้วสงสัยว่าทำไมมัวแต่ถ่ายภาพ ไม่เข้าไปช่วยผู้ประสบเหตุ เรื่องนี้มีคำอธิบายที่ค่อนข้างชัดเจน และตำรวจทั้ง 2 นาย ที่ไปช่วยระงับเหตุในวันนั้น ก็ทุ่มเทจนตัวเองต้องเข้าโรงพยาบาลไปอีกรอบ
ไม่มีอะไรเจ็บใจไปกว่าการที่ตัวเองเห็นคนเจ็บ คนป่วย แล้วเข้าไปให้การช่วยเหลือไม่ได้ เพราะนี่เป็นหลักปฏิบัติขั้นพื้นฐาน หากไม่มีอุปกรณ์ป้องกันภัย ตัวเองบุกฝ่าเข้าไปอาจกลายเป็นผู้บาดเจ็บ และเป็นภาระเจ้าหน้าที่ จึงต้องรีบไปตามคนที่มีความพร้อมเข้าให้การช่วยเหลือ
ส่วนตำรวจที่เห็นอยู่ในคลิปก็ไม่ได้หายไปไหน อยู่ช่วยปฐมพยาบาลผู้ประสบเหตุเพลิงไหม้ตรงจุดนั้น อย่างน้อย ๆ ไม่ต่ำกว่า 15 คน ซึ่งตำรวจทั้ง 2 นาย ที่ให้การช่วยเหลือ คือ สิบตำรวจเอก มังกร โคตรชมพู และ สิบตำรวจเอก วาริชัย ไชยวงค์ ผู้บังคับหมู่ งานป้องกันปราบปราม สน.พหลโยธิน ได้รับผลกระทบตาม ๆ กันไป
ตามข้อมูลระบุว่า หลังตำรวจ 2 นาย ให้การช่วยเหลือจนเสร็จสิ้นแล้ว ได้ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลตำรวจเพื่อดูผลเลือดและสารเคมีต่าง ๆ ในร่างกาย ก่อนกลับมาพักหลังออกเวร โดยเพื่อนร่วมงานสังเกตเห็นว่าทั้ง 2 คน ยังได้รับผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ
โดยเฉพาะ สิบตำรวจเอก มังกร ที่มีอาการไอ และหายใจไม่ออก ยังได้กลิ่นสารเคมี และกลิ่นเหม็นไหม้อยู่ตลอดเวลา จึงต้องตัดสินใจพาทั้ง 2 คน ส่งโรงพยาบาลตำรวจอีกครั้ง เพื่อให้แพทย์ตรวจรักษาอาการอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ ตำรวจทั้ง 2 คน เล่าให้เพื่อนฟังว่า เหตุการณ์วันนั้นได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้เสร็จ ก็รีบขี่รถจักรยานยนต์เข้าไปที่จุดเกิดเหตุทันที เมื่อไปถึงเห็นผู้ได้รับบาดเจ็บหมดสติอยู่ จึงรีบเข้าไปให้การช่วยเหลือ โดยไม่ได้สนใจว่าจะมีกลุ่มควัน หรือละอองของสารเคมีออกมาทางด้านนอก กระทั่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยและหลายหน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือ จึงถอนกำลังออกมาช่วยดูแลในจุดเกิดเหตุแทน
มีข้อมูลจากผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ที่ตอนนี้ยังอยู่ระหว่างการประชุมติดตามความคืบหน้าคดี ยืนยันว่า ตำรวจทั้ง 2 นาย ปฏิบัติหน้าที่ตามขั้นตอน การไปถึงที่เกิดเหตุส่งรายงานผู้บังคับบัญชาเป็นขั้นตอนที่ต้องปฏิบัติ เพื่อรีบแจ้งข้อมูลขั้นต้น จากนั้นทั้ง 2 คน ก็อยู่ช่วยผู้ประสบเหตุอย่างที่เห็นในคลิป ส่วนเรื่องอาการบาดเจ็บ แพทย์อยู่ระหว่างรอผลตรวจอาการปอด ที่คาดว่าจะทราบผลช่วงบ่ายวันนี้