วันนี้ (14 ก.ค. 69) นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีการบังคับใช้กฎหมายกับรถบรรทุกขนส่งสินค้าข้ามแดนสัญชาติจีน ที่กระทำความผิดฐานเดินรถออกนอกเส้นทางที่ได้รับอนุญาตภายใต้ความตกลงว่าด้วยการขนส่งข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS)
โดยลักลอบวิ่งลงมาบรรทุกผลไม้ในพื้นที่ภาคใต้ ว่า กรมการขนส่งทางบกได้ดำเนินการ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำความผิดซ้ำ และปกป้องผลประโยชน์ของผู้ประกอบการขนส่งไทยอย่างถึงที่สุด
ล่าสุด เมื่อวันที่ (13 ก.ค. 69) กรมการขนส่งทางบก โดยสำนักงานขนส่ง จ.ชุมพร ได้ประสานการทำงานและบูรณาการกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หลังสวน เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.หลังสวน นายด่านศุลกากรและเจ้าหน้าที่ศุลกากรชุมพร เจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัด และเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบรถบรรทุกสินค้า และการขออนุญาตรับซื้อ-จำหน่ายสินค้า
พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์การใช้รถบรรทุกสินค้าระหว่างประเทศ ตามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการดำเนินการตามความตกลงว่าด้วยการขนส่งข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ประเทศสมาชิก ประกอบด้วย กัมพูชา สปป.ลาว จีน เมียนมา ไทย และเวียดนาม ให้ผู้ประกอบการได้ทราบ ณ ตลาดเลิศพร ตลาดมรกต และบริเวณใกล้เคียงใน อ.หลังสวน จ.ชุมพร
โดยมาตรการดังกล่าวเป็นการทำงานเชิงรุกเพื่อดักสกัดรถบรรทุกสัญชาติจีนที่พยายามวิ่งออกนอกเส้นทางที่ได้รับอนุญาตลงมายังพื้นที่ภาคใต้
นายสรพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างสำนักงานขนส่งจังหวัดชุมพรและเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงทั้งสองจังหวัด
โดยจากการตรวจสอบพื้นที่โดยรอบ พบรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ที่ใช้ในการขนส่งสินค้าสัญชาติจีน จอดทิ้งไว้ในบริเวณจุดจอดรถท้ายตลาดมรกต จำนวน 5 คัน แต่ไม่พบผู้ทำหน้าที่ขับรถ
จากการตรวจสอบหมายเลขทะเบียนรถทั้ง 5 คัน พบว่า เป็นรถที่ได้มีการขึ้นทะเบียนใช้สำหรับการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ และมีการเดินทางผ่านเข้าทางด่านศุลกากรเชียงของ จังหวัดเชียงราย ในช่วงวันที่ 29 มิถุนายน – 1 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ซึ่งมีการแจ้งปลายทางไว้ทั้งกรุงเทพมหานครและจังหวัดจันทบุรี โดยได้ทำการบันทึกยึดรถไว้เพื่อทำการตรวจสอบหาผู้ซื้อ ผู้ขาย และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการเดินรถมารับสินค้านอกเส้นทางเพื่อดำเนินการทางกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบกขอเตือน หากพบรถบรรทุกสัญชาติจีนขับออกนอกเส้นทาง เจ้าหน้าที่จะดำเนินการสกัดจับทันที พร้อมทั้งตรวจสอบเอกสารการขนส่ง หากพบว่ากระทำความผิดเงื่อนไข นอกจากจะถูกดำเนินการเปรียบเทียบปรับตามกฎหมายแล้ว เจ้าหน้าที่จะดำเนินการให้ผู้ขับรถต้องนำรถกลับและเดินทางเข้าสู่เส้นทางหลัก 9 เส้นทางที่ได้รับอนุญาตตามข้อตกลง GMS ทันที โดยไม่อนุญาตให้เดินทางไปรับสินค้าในพื้นที่เป้าหมายที่อยู่นอกเส้นทางโดยเด็ดขาด
นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางบกได้ประสานงานผ่านช่องทางทางการทูต เพื่อแจ้งเตือนไปยังผู้ประกอบการขนส่งระหว่างประเทศที่เดินรถเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งได้เดินรถออกนอกเส้นทางดังกล่าว ให้ควบคุมกำกับดูแลพนักงานขับรถให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขเส้นทางที่ระบุไว้อย่างเคร่งครัด
พร้อมทั้งจะร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการเฝ้าระวังและสกัดกั้นอย่างต่อเนื่อง หากยังพบความพยายามในการฝ่าฝืน กรมฯ จะพิจารณาใช้มาตรการทางกฎหมาย เพื่อจัดระเบียบการขนส่งข้ามพรมแดนให้เกิดความเป็นธรรมและปลอดภัยสูงสุด อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวทิ้งท้าย