ห้องข่าวภาคเที่ยง - การสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมแม่น้ำท่าจีน จังหวัดนครปฐม ซึ่งก่อสร้างไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ขอใช้จ่ายงบประมาณ เพราะมีเจ้าของบ้านบางราย ไม่ยินยอมให้กรมโยธาธิการและผังเมือง ก่อสร้างเขื่อนผ่านหน้าบ้าน กระทั่ง ป.ป.ช. ภาค 7 และ สตง. ต้องลงพื้นที่ตรวจสอบหาแนวทางแก้ไข ติดตามจากคุณหนึ่ง อรรถพล ดวงจินดา ในคอลัมน์หมายเลข 7
จากภาพมุมสูงจะเห็นชัด พื้นที่ตรงจุดนี้ กับพื้นที่การก่อสร้างโครงการ ระบบป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่ชุมชนนครชัยศรี ระยะที่ 1 ที่ถูกเว้นว่างเหมือนฟันหลอ กลายเป็นเรื่องแปลกแต่จริงที่เกิดขึ้นกับการใช้จ่ายเงินแผ่นดิน โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง เจ้าของโครงการ ก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมแม่น้ำท่าจีน ความยาว 950 เมตร แยกเป็นระยะที่ 1 และ 2 รวมเกือบ 563 ล้านบาท ทว่ากลับพบปัญหา พื้นที่ก่อสร้างเป็นฟันหลอ เว้นที่ว่างไว้หน้าบ้านเครือญาตินายตำรวจในจังหวัดนครปฐม และที่ดินเอกชน รวม 3 จุด รวมความยาว 147 เมตร ซึ่งกลายเป็นจุดเสี่ยง ให้น้ำจากแม่น้ำท่าจีนไหลเข้าท่วมชุมชนเทศบาลตำบลนครชัยศรี เพราะไม่มีใครกล้ารับประกันในอนาคต หากปล่อยให้เป็นเขื่อนฟันหลอแล้วน้ำจะไม่ท่วมชุมชนแห่งนี้
คอลัมน์หมายเลข 7 ลงพื้นที่ขยายผลตรวจสอบร่วมกับ ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครปฐม และ สตง. จังหวัดนครปฐม หลังได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน ซึ่งกังวลถึงผลกระทบจากน้ำท่วม ที่อาจเกิดจากเขื่อนฟันหลอ นำมาสู่การตรวจสอบเชิงรุก
โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนครปฐม ยอมรับว่าโครงการนี้ ได้รับงบประมาณตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพื่อป้องกันน้ำท่วม โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง ทำสัญญาว่าจ้างเอกชน ก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วม ในแม่น้ำท่าจีน ความยาว 950 เมตร แยกเป็นระยะที่ 1 และ 2 ตามการใช้จ่ายเงินงบประมาณแผ่นดิน การก่อสร้างไม่เกินโครงการละ 300 ล้านบาท ใช้งบประมาณผูกพันไม่เกิน 3 ปี
ทว่าโครงการนี้พบปัญหา ชาวบ้านเจ้าของที่ และเอกชนบางรายใช้สิทธิตามกฎหมาย ไม่ยินยอมให้สร้างเขื่อนสูง บดบังทัศนียภาพผ่านรั้วกำแพงบ้านริมแม่น้ำท่าจีน จึงต้องเว้นพื้นที่แนวเขื่อนไว้เป็นฟันหลออย่างที่เห็น
ประเด็นนี้ กลายเป็นคำถาม สะท้อนตรงไปถึงหน่วยงานอย่างสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 7 ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครปฐม และสำนักตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดนครปฐม ร่วมตรวจสอบ ความคุ้มค่าเงินแผ่นดินที่ถูกใช้ไป ภายใต้การเฝ้าระวัง
โครงการของหน่วยงานรัฐ กับงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ที่ได้รับการจัดสรร ตั้งแต่ 100 ล้านบาทขึ้นไป เพื่อความคุ้มค่าของเงินแผ่นดินที่ถูกใช้ เพราะหลังจากนี้จะมีการใช้เงินแผ่นดินแก้ไขปัญหาลุ่มน้ำท่าจีนอีก ร่วมหลักหมื่นล้านบาท จึงต้องบูรณาการ หลายหน่วยงานร่วมกันแก้ไขปัญหา
สอดคล้องกับนายกเทศมนตรีตำบลนครชัยศรี ยอมรับว่า หลายหน่วยงานพยายามเข้าไปคุยเจรจากับเจ้าของบ้านหลังนี้ แต่เจ้าของบ้านซึ่งมีเครือญาติเป็นนายตำรวจในจังหวัดนครปฐม ใช้สิทธิตามกฎหมาย ยืนกรานไม่ยินยอมให้มีสิ่งปลูกสร้างผ่านหน้าบ้าน
เรื่องนี้เป็นโจทก์ใหญ่ ที่หน่วยงานเจ้าของโครงการ จะต้องตอบคำถาม และหาแนวทางแก้ไขหลังจากนี้ เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณก้อนโต เกิดความคุ้มค่าให้ตรงตามวัตถุประสงค์