ข่าวเย็นประเด็นร้อน - ท่ามกลางความสูญเสีย ยังมีเพื่อนของผู้เสียชีวิต นำช่อดอกไม้มาวางบริเวณจุดเกิดเหตุ เพื่อแสดงความอาลัย
น้องชายของ นายพฤฒิพงษ์ หรือ กวาง มือคีย์บอร์ดวงทศกัณฐ์ นำซากคีย์บอร์ดของพี่ชาย 2 ชิ้น นำกลับบ้านเกิดจังหวัดสิงห์บุรี เพื่อใช้เป็นของดูต่างหน้า เนื่องจากคีย์บอร์ดเครื่องนี้ พี่ชายเก็บเงินซื้อจากน้ำพักน้ำแรงเป็นปี กว่าจะได้มาใช้ทำมาหากิน
ส่วนครอบครัวของ นางสาวกนกทิพย์ เชิญพระสงฆ์ทำพิธีเชิญดวงวิญญาณบริเวณจุดเกิดเหตุ ซึ่งทันทีที่แม่ของนางสาวกนกทิพย์ มาถึง ก็ร่ำไห้ เข่าทรุด พร้อมกับบอกลูกสาวว่า "ให้กลับบ้านกับแม่นะ"
ขณะที่ นางสาวปัทมา แม่ค้าขายลูกอม เป็นอีกคนที่รอดชีวิต เล่าให้ฟังว่า ตนเองมาขายลูกอมแทนน้องสาว จังหวะนั้นได้ยินเสียงแก้วแตก ตอนแรกคิดว่ามีการทะเลาะวิวาทภายในร้าน สักพักมีคนบอกว่าเพลิงไหม้ร้าน จึงตะโกนเรียกพี่สาวที่เป็นแม่บ้าน ให้รีบวิ่งออกม จังหวะนั้นหันกลับไปดู เห็นว่ามีลูกค้าวิ่งตามออกมาเป็นจำนวนมาก
ส่วนเรื่องประตู ยืนยันว่า "ไม่มีการล็อก" แต่ถ้าวันไหนประตูล็อก จะเป็นเพียงแค่กลอนปกติเท่านั้น ซึ่งทุกคนสามารถเปิดออกได้ ส่วนประตูนั้น ตนเองก็ไม่รู้ว่าเป็นทางหนีไฟหรือไม่ รู้แค่ว่าทางร้านจัดให้มาขายตรงจุดนี้เท่านั้น
ด้าน ผู้บังคับการกองบังคับการพิสูจน์หลักฐานกลาง บอกว่า เมื่อวานนี้ (13 ก.ค.) พนักงานสอบสวน เชิญตัวช่างที่ติดตั้งระบบไฟฟ้า และตกแต่งร้านอาหาร เข้ามาให้ปากคำ เพื่อทำการกู้ไฟล์ภาพจากล้องวงจรปิดภายในร้าน ทั้งหมด 16 กล้อง พร้อมยืนยันว่าจุดแรกที่พบควันไฟ คือ บริเวณด้านหลังเวที ซึ่งตรงกับคำให้การของพยาน ก่อนเกิดไฟลุกลามทั่วห้อง
ส่วนประเด็นเบรกเกอร์ตัดไฟ พบว่าเกิดขึ้นจริง โดยวันเกิดเหตุเบรกเกอร์ทำงาน แต่เนื่องจากภายในห้องมีความร้อนสะสมสูง จึงไม่สามารถช่วยอะไรได้
ขณะที่ ดร.วสวัตติ์ กฤศิริธีรภาคย์ อดีตนายกสมาคมผู้ตรวจสอบอาคาร บอกว่า จากการตรวจสอบร้านอาหาร เข้าข่ายเป็นสถานบริการกึ่งสถานบันเทิง พร้อมระบุว่า หากร้านจดทะเบียนเป็นสถานบันเทิง อาจไม่เกิดโศกนาฏกรรม เนื่องจากอุปกรณ์รักษาความปลอดภัย เช่น ประตูหนีไฟ ตามกฎหมายแล้วจะต้องได้มาตรฐาน
ส่วนการตรวจสอบหาต้นเพลิง จะต้องหาจุดที่เสียหายหนักที่สุด จึงต้องมีความจําเป็นที่จะต้องเปิดฝ้าเพดานออกมาดู ควบคู่กับตรวจสอบกล้องวงจรปิด ซึ่งประเด็นนี้ต้องรอการตรวจสอบจากตำรวจพิสูจน์หลักฐาน